วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ซิโก้'รับชิง'อินโดนีเซีย'ไม่ง่าย ออกเดินทาง11ธ.ค.

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยอมรับไม่ง่ายในการเจอกับ อินโดนีเซีย

 ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 แม้จะเคยชนะมาในรอบแรก ขณะที่สมาคมฯวางโปรแกรมออกเดินทาง ในวันที่ 11 ธ.ค. เพื่อเตรียมลงเตะเลกแรก ในวันที่ 14 ธ.ค. 

“ช้างศึก” ผ่านเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน สำเร็จ หลังชนะ เมียนมา ในรอบรองชนะเลิศ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 6-0 โดยรอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขัน 2 นัดเหย้า-เยือนเช่นเดิม โดยนัดแรก วันที่ 14 ธ.ค. ไทยจะเป็นฝ่ายไปเยือน อินโดนีเซีย ก่อน ที่สนามปากานซารี เมืองโปเกอร์ ก่อนกลับมาเล่นที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 18 ธ.ค. เวลา 19.00 น. 

วานนี้ (9 ธ.ค.) ภายหลังจบเกมรอบรองชนะเลิศ นัด 2 ที่ชนะ เมียนมา 4-0 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้ปล่อยให้ผู้เล่น 11 คนแรกในเกมดังกล่าวลงสระว่ายน้ำเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ส่วนคนที่เหลือซ้อมเบาๆด้วยการวิ่งเพื่อรักษาสภาพร่างกาย ภายในโรงแรมที่พักเท่านั้น ส่วนช่วงเย็นไม่มีการฝึกซ้อม

ขณะเดียวกัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวต่อว่าจากนี้ ทีมจะซ้อมอีกครั้งเดียวในวันที่ 10 ธ.ค. เนื่องจากในวันรุ่งขึ้น จะต้องออกเดินทางไปอินโดนีเซีย ส่วนกำหนดออกเดินทาง จะรอยืนยันอีกครั้งว่าสามารถออกเดินทางตอนเช้าได้หรือไม่ เนื่องจากต้องการให้ผู้เล่นได้ลงซ้อมช่วงเย็นทันทีในวันเดียวกัน เพราะจากนั้นทีมจะมีเวลาฝึกซ้อมอีกแค่ 2 วันก่อนเลกแรก

“เมื่อเดินทางถึงอินโดนีเซีย ยังอาจต้องนั่งรถต่อไปอีกเมืองราว 2-3 ชั่วโมง เพราะสนามแข่งขันไม่ได้อยู่ในจาการ์ตา แต่คิดว่าสภาพนักเตะคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทีมได้ฟื้นฟูสภาพร่างกายนักเตะเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว อีกทั้งเวลาเดินทางไปก็ไม่กี่ชั่วโมง ต่างจากตอนไปแถวตะวันออกกลางใช้เวลานาน ตรงนี้คิดว่าไม่น่ามีผลอะไร”

สำหรับอาการบาดเจ็บของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่ต้องเปลี่ยนตัวออกในเกมกับเมียนมา ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พร้อมจะลงเล่นกับอินโดนีเซียแน่นอน แต่การไปเยือนในนัดแรกไม่ง่าย แม้จะเคยชนะอินโดนีเซียมาในรอบแรกก็ตาม

“อินโดนีเซีย แสดงให้เห็นแล้วว่าถ้าไม่ดีจริง คงผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศไม่ได้ จึงต้องเตรียมทีมให้พร้อมที่สุด ตอนนี้ได้หาข้อมูลไว้หมดแล้ว ทั้งตัวผู้เล่นและระบบการเล่น สิ่งที่ยากคือการต้องไปเยือน นัดแรกที่ชนะ 4-2 ทำให้อินโดนีเซียเห็นจุดอ่อนของเราเช่นกัน”

“ซิโก้” กล่าวถึงเกมรับของอินโดนีเซียว่าเหนียวแน่น มีกองหลังรูปร่างสูงใหญ่ แบ็กซ้ายเติมเกมได้ดี ส่วนกองหน้าที่มีผู้เล่นโอนสัญชาติ ถือว่าไม่ธรรมดา จึงต้องวางแผนให้ดีเพื่อปิดจุดอ่อนไม่ให้โจมตีได้ 

“เป้าหมายของทีมคือการเป็นแชมป์ ตอนนี้คิดแต่เพียงว่าจะเก็บชัยชนะไปทีละนัด ก้าวไปทีละก้าว ทุกเกมที่ลงสนามมีความกดดันในตัวอยู่แล้วเพราะทีมต้องการชนะ ถ้าทีมชนะและคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จก็จะเป็นการสร้างสถิติขึ้นเองอยู่แล้ว” หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่ไทยจะสร้างสถิติใหม่ในการเป็นแชมป์ด้วยการชนะรวดทุกนัดที่ลงสนาม

สำหรับสถิติในรายการนี้ ไทยผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนเป็นครั้งที่ 8 และได้แชมป์ 4 สมัยเท่ากับ สิงคโปร์ ส่วนครั้งนี้ หากทำสำเร็จจะเป็นทีมที่ได้แชมป์มากที่สุด 5 สมัย ส่วน อินโดนีเซีย เข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 5 แต่ได้แชมป์เพียงครั้งเดียว ส่วนสถิติการเจอกันในรอบชิงชนะเลิศ ไทยเป็นฝ่ายชนะทั้งสองครั้ง ในปี 2000 และ 2002