"ปภ." เผยสถานการณ์น้ำท่วม 7 จังหวัดภาคใต้คลี่คลาย เสียชีวิต 22 ราย ชี้พื้นที่ "สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-ตรัง-สงขลา-พัทลุง" ยังอ่วม
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ และจ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันใน12จังหวัด ในพื้นที่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ รวม96อำเภอ648ตำบล 4,783หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ253,260ครัวเรือน750,281คน ผู้เสียชีวิต22ราย ถนนเสียหาย1,565สาย คอสะพาน129แห่ง ท่อระบายน้ำ65แห่ง ฝาย59แห่ง
“ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว7จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ยะลา นราธิวาส ระนอง ปัตตานี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ยังคงมีสถานการณ์ใน 5 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สงขลา และพัทลุง รวม 69 อำเภอ 453 ตำบล 3,545 หมู่บ้าน ”
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 17 อำเภอ 111 ตำบล 792 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 34,937 ครัวเรือน 118,488 คน ผู้เสียชีวิต 4 ราย ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่รับน้ำใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.พุนพิน อ.พระแสง และอ.เคียนซา สำหรับจ.นครศรีธรรมราช น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 23 อำเภอ 163 ตำบล 1,438 หมู่บ้าน 97 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 108,695 ครัวเรือน 301,557 คน ผู้เสียชีวิต 8 ราย ถนนเสียหาย 678 สาย ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่รับน้ำใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพนัง อ.ท่าศาลา และอ.หัวไทร ในส่วนจ.ตรัง น้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ 54 ตำบล 8 เทศบาล 391 หมู่บ้าน 10 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,093 ครัวเรือน 40,680 คน ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่รับน้ำใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองตรัง และอ.กันตัง
ด้านจ.สงขลา น้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ 63 ตำบล 352 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 24,246 ครัวเรือน 81,319 คน อพยพประชาชน 232 ครัวเรือน 455 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย ผู้บาดเจ็บ 1 ราย ถนนเสียหาย 369 สาย ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ระโนด อ.สิงหนคร อ.กระแสสินธุ์ และอ.สทิงพระ ซึ่งจ.พัทลุง น้ำท่วมขังในพื้นที่ 11 อำเภอ 62 ตำบล 572 หมู่บ้าน 45 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 31,126 ครัวเรือน 85,393 คน อพยพประชาชน 26 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 ราย ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองพัทลุง อ.ควนขนุน อ.บางแก้ว อ.ปากพะยูน และอ.เขาชัยสน
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามคาดการณ์สภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้กับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตก และปริมาณฝนลดลงกว่าช่วงที่ผ่านมา ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูง 2 เมตร ปภ. จึงได้ประสานจังหวัดจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย ติดตามสภาพอากาศ และพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำระบายน้ำลงสู่ทะเลและแหล่งน้ำสาธารณะ รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ เรือท้องแบนอำนวยความสะดวกในการสัญจร และขนย้ายสิ่งของแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและจัดทำบัญชีผู้ประสบภัย และทรัพย์สินที่เสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยด่วนต่อไป สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง





