"พล.ต.ท.ศานิตย์" แจ้งข้อหาคนขับแท็กซี่เลือดร้อน ใช้ท่อเหล็กฟาดคนขับรถยนต์มินิคูเปอร์สีแดงซึ่งเป็นคู่กรณีบาดเจ็บ
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้า กรณีคนขับรถแท็กซี่ใช้ท่อเหล็กฟาดรถยนต์มินิคูเปอร์สีแดง โดยคลิปวีดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกโซเชียล และมีการแชร์ไปหลายครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามไปสอบปากคำนายสุทธินันท์ ผลสินธุ์ อายุ 27 ผู้ขับรถมินิคูเปอร์ ที่บ้านพักย่านบางพลี พร้อมทั้งให้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายบวรพันท์ ศรีเมฆ อายุ 55 ปี คนขับรถแท็กซี่ ขณะเดียวกันนายบวรพันท์ ได้เดินทางมาที่ สน.มักกะสัน เพื่อเข้ามอบตัวและให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่
พ.ต.ท.สืบพงศ์ กรุณา รอง ผกก.สอบสวน สน.นางเลิ้ง ช่วยราชการรอง ผกก.(สอบสวน) สน.มักกะสัน เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายสุทธินันท์ ให้การว่า ขณะที่กำลังขับรถลงจากสะพานแยกอโศก-เพชรบุรี มุ่งหน้าแยกศูนย์วิจัย เมื่อมาถึง 3 แยกพร้อมพงศ์ ซึ่งรถด้านหน้าติดสัญญาณไฟ ตอนนั้นตนขับอยู่เลนกลาง ตนจึงเปิดไฟขอทางออกเลนซ้าย เพราะเลนซ้ายผ่านตลอด และได้ขับรถออกมาครึ่งคันแล้ว แต่แท็กซี่คันก่อเหตุไม่ยอมให้ทาง แล้วบีบแตรใส่ ตนจึงถอยรถกลับมาอยู่เลนเดิม จากนั้นก็ขับรถผ่านแยกและเข้าเลนซ้ายมา เมื่อตนได้ขับหลบรถเมล์ไปเลนขวา และหักกลับมาเลนซ้ายอีกครั้ง ซึ่งอยู่ด้านหน้ารถคู่กรณี อาจจะทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจ คิดว่าตนตั้งใจจะขับรถตัดหน้า จึงได้หยุดรถเพื่อที่จะลงไปคุย แต่ขณะเดียวกันก็มองผ่านกระจกไปเห็นว่า คู่กรณีกำลังไปหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากท้ายรถ ตนจึงรีบลงไป และบอกให้ใจเย็นๆ ก่อนที่คู่กรณีจะกระหน่ำตีมาที่ตนหลายครั้ง แม้แฟนของตนจะยกมือไหว้ขอร้อง แต่ตู่กรณีก็ไม่ฟัง หลังจากนั้นได้มีพลเมืองดีเข้ามาช่วย และนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ ทั้งนี้ จากการตรวจร่างกายได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าซ้ายแตกที่รอยฟกชำตามร่างกาย
ทางด้านนายบวรพันท์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังขับแท็กซี่สีเขียวเหลือง ทะเบียน มฎ8613 กทม.จะไปส่งผู้โดยสารย่านประตูน้ำ โดยขับบนถนนเพชรบุรีขาออก จากแยกพร้อมพงศ์ มุ่งหน้าแยกศูนย์วิจัย ซึ่งขณะนั้นพบรถมินิสีแดงคู่กรณีขับมาอยู่เลนกลาง และเปิดไฟขอทางเพื่อที่จะออกเลนซ้าย แต่ตนเห็นว่าระยะค่อนข้างกระชั้นชิด ตนจึงไปให้แทรกเข้า และขับเลยมาจากแยกศูนย์วิจัย ก็พบรถมินิคู่กรณีขับตามมาพร้อมกับเปิดไฟกระพริบ ตอนนั้นเริ่มรู้ว่าฝั่งนั้นเริ่มไม่พอใจ จากนั้นรถมินิสีแดงก็พยายามขับเข้าเลนขวา และหักออกซ้ายเหมือนต้องการให้รถตนชนท้าย เป็นอย่างนี้อยู่ 2-3 ครั้ง จากนั้นคู่กรณีจึงได้ลงจอดรถ แล้วลงจากรถมา พร้อมกับเดินตรงปรีมาหาตน ตนคิดว่าต้องมีเรื่องแล้วแน่ๆ เลยลงจากรถและไปหยิบเหล็กยาวประมาณ 1 เมตร ซึ่งใช้สำหรับซ่อมรถออกจากกระโปรงท้าย เนื่องจากคู่กรณีเป็นวัยรุ่น ร่างกายกำยำ น่าจะแรงเยอะ ถ้าโดนทำร้ายร่างกายคงสู่ไม่ไหว จึงใช้เหล็กตีไปที่คู่กรณีหลายครั้ง จากนั้นจึงเกิดการชุลมุนคู่กรณีพยายามกดหัวตนลง และแย่งท่อเหล็กออกไป ตนจึงได้ผลักออก และกระหน่ำตีอีกหลายครั้ง แม้คู่กรณีจะยกมือไหว้ แต่ตอนนั้นตนยอมรับว่าโมโหมาก เลยลงมือตีไปหลายครั้ง ทั้งนี้ท่อเหล็กนั้นพกติกรถไว้ เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ซ่อมรถ งัดยางรถ งัดแม่แรง และใช่ป้องกันตัวหากเจอคนร้าย หรือช่วยเหลือคนอื่น หากเกิดเหตุร้ายไม่ดีขึ้น แต่หลังจากนี้คงไม่พกติดรถอีกแล้ว อยากให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ ว่าหากเกิดเหตุบนท้องถนน ให้ใจเย็นๆ ให้อภัยกัน และให้ใช้กฎหมายในการแก้ไขปัญหา
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า อยากให้คดีนี้เป็นอุทาหรณ์กับผู้ที่ใช้รถใช้ถนน การตอบโต้กันไปมา เหมือนกับการสาดโคลน หรือสาดน้ำใส่กัน มันก็ต้องเปียกทั้งคู่ ก็อยากให้ทุกฝ่ายใช้สติ และให้อภัยซึ่งกันและกัน และขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนทุกคนว่า หากพบเจอกรณีดังกล่าวให้ใช้สติในการประมวล เพราะเราทุกคนคืนคนไทย ควรจะรักกันไว้ดีที่สุด และ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็อยากให้ใช้กฎหมายแทนที่จะใช้อารมณ์คลี่คลายปัญหา หากฝ่ายตรงข้ามมีอาวุธ ก็อาจจะเกิดความสูญเสียตามมา ก็อยากขอให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอภัยให้กัน เบื้องต้นได้แจ้งขอหาทำร้ายร่างการเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 1 ปี แก่นายบวรพันท์ ส่วนจะประกันตัวหรือไม่ อยู่ที่การพิจารณาของพนักงานสอบสวน เพราะต้องดูพฤติการณ์ในหลายๆด้านต่อไป





