ศาลจังหวัดปัตตานี อนุมัติหมายจับ คนร้ายยิงสาวท้อง9เดือนเสียชีวิตแล้ว ตำรวจส่งภาพคนร้ายแจกจ่ายในพื้นที่ แม่ทัพภาค4สั่งตั้งด่านตรวจจุดเกิดเหตุ
ความคืบหน้าการติดตามคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นางสายใจ ทองดี อายุ26 ปี ได้รับบาดเจ็บ และยิงนางสาวรัตติกาล จ่าวัง อายุ26ปี ซึ่งต้องครรภ์ได้ 9 เดือน เสียชีวิต รวมทั้งทารกในท้องด้วย ขณะที่ทั้งสองคนออกไปซื้อข้าวเหนียวไก่ทอด บริเวณหน้าตลาดปาลัส ถนนสาย 42 บ้านปาลัส ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ที่วัดควน ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่26พฤศจิกายน เวลา19.30น.ที่ผ่านมานั้น
(1 ธ.ค.2559) พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ตั้งชุดเฉพาะกิจในการติดตามคนร้ายที่เกิดเหตุ โดยสอบพยานที่เห็นเหตุการร์มาสอบปากคำ และทำการบอกรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะใบหน้าคนร้าย และทำการสเก็ตภาพ จึงได้ภาพผู้ต้องสงสัย อยู่ระหว่างในการตรวจสอบในสารบบของแฟ้มคดีความมั่นคงว่า มีอยู่ในสารบบหรือไม่
ขณะเดียวกัน กำลังเตรียมการที่จะถ่ายเอกสารภาพผู้ต้องสงสัยส่งแจกจ่ายไปตาม สภ.ต่างๆในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกันได้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และได้ไปขอหมายจับ เลขที่ จ.433/2559 ศาลจังหวัดปัตตานี ได้อนุมัติหมายจับแล้ว
สำหรับอาวุธ ปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุง เป็นปืน ยี่ห้อ บาเรตต้า ขนาด9มม. ตรวจสอบในเบื้องค้น ไม่พบประวัติการก่อเหตุ ขณะนี้อยุ่ระหว่างการตรวจพิสูจน์หลักฐานอื่นๆอีก
ส่วนข้อเรียกร้องของชาวบ้าน ขอให้แม่ทัพภาคที่4 ตั้งจุดตรวจของภาคประชาคมเหมือนเดิม เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้าย จากเดิมมีอยู่แล้ว แต่ถูกสั่งให้ยกเลิกจุดตรวจดังกล่าวเพียง10วันคนร้ายก็ก่อเหตุทันที ซึ่งจุดเกิดเหตุห่างประมาณ15เมตรเท่านั้นเอง
ล่าสุด ทางแม่ทัพภาคที่4 ได้มีคำสั่งให้มีตั้งจุดตรวจเหมือนเดิม และให้ทหารและภาคประชาคม ทั้ง ชรบ. ผนส. และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับทหาร ในการดูแลป้องกันไม่ให้มีเหตุการร์เกิดขึ้น พร้อมทั้งมีการตั้งกล่องวงจรปิดอีกด้วย
ในขณะที่ตัวแทนภาคประชาคม บอกว่า กรณีแม่ทัพภาคที่4ตั้งจุดตรวจใหม่ หลังจากที่ถูกยุบไปว่า ทำให้ดีขึ้นมีทหารดูแลอุ่นใจมากขึ้น ช่วยกันดูแลทั้งทหาร ชรบ. เราเข้มแข็ง ต้องช่วยกันดูแลให้มากขึ้นโดยเฉพาะภาคประชาคม เฝ้าดูแลตรวจตราต่างๆ
รวมทั้งต้องให้เด็กวัยรุ่นเป็นหูเป็นตา พบคนแปลกหน้าก็บอกกำนัน ผู้ใหญาบ้าน ส่วนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ไม่ทำงาน ถ้าไม่พร้อมก็ให้ออกไป ตามที่แม่ทัพภาค4บอกนั้นดีแล้ว เพราะทำให้กระตือรื้อร้นมากขึ้น หวังทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคประชาชนต้องช่วยกันดูแลในทิศทางเดียวกัน





