9 เดือนแห่งความดรามาของ ฟอร์มูลา วัน 2016 สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
พร้อมกับแชมป์โลกคนใหม่ นิโค รอสเบิร์ก
นักขับชาวเยอรมนี ได้สัมผัสตำแหน่งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยมีแต้มเหนือ ลูอิส แฮมิลตัน เพื่อนร่วมทีม เมอร์เซเดส เอเอ็มจี เพียง 5 คะแนน หลังประคองรถจบในท็อปทรีใน อาบู ดาบี กรังด์ปรีซ์ รายการสุดท้ายของปี พร้อมเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ตนเอง และวงการฟอร์มูลา วัน
จากพ่อสู่ลูก
ตำแหน่งแชมป์โลกในครั้งนี้ ทำให้ รอสเบิร์ก เป็นตระกูลที่สองในวงการรถสูตรหนึ่ง ที่ลูกชายสามารถเดินตามรอยเท้าพ่อไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกได้สำเร็จ ถัดจากคู่ของ เกรแฮม ฮิลล์ (1962,1968) และ เดมอน (1996)
เกเก้ รอสเบิร์ก พ่อของ นิโค เป็นนักขับชาวฟินแลนด์คนแรกที่มีบทบาทอย่างจริงจัง ในวงการฟอร์มูลา วัน ระหว่างปี 1978-1986
หลังลงขับให้กับทีมเล็กๆสี่ฤดูกาล โดยไม่มีวี่แววประสบความสำเร็จ ชีวิตนักขับของ เกเก้ เหมือนกับ ซินเดอเรลลา เมื่อถูก วิลเลียมส์ ทาบทามไปลงขับแทน อลัน โจนส์ ที่ประกาศรีไทร์ ในฤดูกาล 1982 และคว้าแชมป์โลกมาครองได้ทันทีในปีนั้น แม้จะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 เพียงสนามเดียวก็ตาม
ขณะที่ นิโค ซึ่งเกิดที่ไวส์บาเดน ในเยอรมนี ก็เลือกเดินบนเส้นทางเดียวกับพ่อ แม้ในช่วงวัยรุ่น จะมีโอกาสเข้าศึกษาด้านวิศวกรรมการบินที่ อิมพีเรียล คอลเลจ ในกรุงลอนดอนก็ตาม
เพื่อนคู่กัด
หลังสร้างชื่อในฐานะแชมป์ จีพีทู (GP2) คนแรก รอสเบิร์ก เข้าสู่วงการเอฟวันกับ วิลเลียมส์ ต้นสังกัดเก่าของ เกเก้ ในปี 2006 ก่อนย้ายมาสังกัด เมอร์เซเดส ในฐานะพาร์ทเนอร์ของ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตำนานแชมป์โลกชาวเยอรมนี ในเวลาต่อมา กระทั่ง ลูอิส แฮมิลตันเพื่อนเก่าที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยแข่งรถคาร์ท จะตามมาสมทบในปี 2013
“ทั้งคู่แข่งกันกระทั่งเรื่องกินพิซซ่า” โรเบิร์ต คูบิกา อดีตนักขับฟอร์มูลาวัน ซึ่งลงแข่งรถคาร์ทร่วมรุ่นกับ แฮมิลตัน และ รอสเบิร์ก ในปี 2000 ย้อนอดีต “ทั้งคู่อยากชนะอีกฝ่าย มันไม่ใช่การสู้กัน แต่เป็นการแข่งด้วยมิตรภาพที่จบลงด้วยเสียงหัวเราะเสมอ”
“สมัยนั้น เราเคยคุยกันว่ามันคงดีมากๆ ถ้าเราได้ลงแข่งฟอร์มูลา วัน พร้อมกัน และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าได้อยู่ทีมเดียวกัน” แฮมิลตัน กล่าว
รอสเบิร์ก เป็นลูกคนเดียวของนักขับระดับแชมป์โลก ขณะที่ แฮมิลตัน มาจากครอบครัวชนชั้นแรงงาน การเติบโตมาในครอบครัวที่แตกต่าง ทำให้บุคลิกของคนคู่นี้อยู่กันคนละขั้ว จนถูกนำไปเปรียบเทียบกับสองตำนานของวงการฟอร์มูลาวัน ไอร์ตัน เซนนา กับ อแลง พรอสต์
แฮมิลตัน กับ เซนนา คืออัจฉริยะนักขับดีเดือด ที่พร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อชัยชนะ ขณะที่ รอสเบิร์ก กับ พรอสต์ สุขุมแน่นอน ใช้เหตุผลมากกว่าสัญชาตญาณ
“ผมเคยคิดว่า ลูอิส มีพรสวรรค์มากกว่า เพราะเขามักเป็นผู้ชนะ หรือหากไม่ได้แชมป์ในวันนั้น เขาก็ต้องเข้าเส้นชัยก่อน นิโค เพราะสำหรับเขา การเข้าที่ 2 เป็นเรื่องที่รับไม่ได้” ดิโน เคียซา หัวหน้าทีมรถคาร์ทที่ดูแลทั้งสองคนในช่วงวัยรุ่น กล่าว
ดรามา
มิตรภาพในวัยเด็กถูกสั่นคลอน เมื่อมีความสำเร็จเป็นเดิมพัน รอสเบิร์ก และ แฮมิลตัน จึงมีเรื่องปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุด โดยเฉพาะปีล่าสุดที่สถานการณ์ระหว่างทั้งคู่พลิกไปพลิกมาตลอด จนถึงวันสุดท้าย
ใน อาบู ดาบี กรังด์ปรีซ์ รอสเบิร์ก ออกสตาร์ทภายใต้เงื่อนไขจบการแข่งขันบนโพเดียม ก็จะคว้าแชมป์โลกไปครอง โดยไม่ต้องสนผลงานของอีกฝ่าย
แต่หลังการเข้าพิตครั้งแรก รอสเบิร์ก ก็เสียตำแหน่งอันดับ 2 ให้กับ มักซ์ เวอร์สตัพเพน ของ เรด บูลล์ โดยมีรถคันอื่นๆ ทั้ง เฟอร์รารี ของ คิมี ไรคโคเน่น และ เซบาสเตียน เวทเทล กับ เร้ดบูลล์ ของ แดเนียล ริคคิอาร์โด ไล่หลังมา บีบให้ แพดดี เลิฟ ผู้อำนวยการของ เมอร์เซเดส ต้องสั่งให้ รอสเบิร์ก พยายามแซงนักขับชาวเบลเยียมให้ได้ เพื่อลดแรงกดดัน
“หลังจากแซงเขาได้ สิ่งที่ผมรู้สึกคือไม่อยากเจอกับเรื่องนั้นอีกเลยตลอดชีวิต" รอสเบิร์ก ยอมรับ
นอกจากจะต้องแข่งกับนักขับคนอื่นๆในสนามแล้ว นักซิ่งชาวเยอรมนียังต้องแบกรับแรงกดดันจาก แฮมิลตัน ผู้นำในสนามที่เจตนาชะลอความเร็วของรถตัวเองลง เพื่อบีบให้รถคันอื่นๆ ไล่กระชั้น รอสเบิร์ก ขึ้นมาในช่วงท้าย แม้จะมีคำสั่งห้ามทางวิทยุจาก เลิฟ ก็ตาม
สุดท้าย รอสเบิร์ก ก็ประคองรถจบในอันดับ 2 สำเร็จ เก็บคะแนนที่ต้องการได้ พร้อมสิ้นสุดการรอคอย หลังจากอยู่ในวงการมานาน 10 ปี และลงแข่งไปถึง 206 สนาม เป็นสถิตินานอันดับ 2 เท่ากับ มาริโอ อันเดรตติ เป็นรองเพียง ไนเจล แมนเซลล์ ที่รอความสำเร็จนี้นานถึง 12 ปี
จากนี้ ก้าวต่อไปของทั้ง รอสเบิร์ก และ แฮมิลตัน คงถูกจับตาเป็นพิเศษ เมื่อต่างก็มีสถานะ “แชมป์โลก” เท่าเทียมกัน ยิ่งเมื่อมีข่าวลือว่าฝ่ายหลังอาจถูกลงดาบจากต้นสังกัดเพราะฝ่าฝืนคำสั่งแล้ว
ฟอร์มูลา วัน 2017 อาจเดือดขึ้นอีกหลายเท่า หากทั้งคู่จะกลายเป็นคู่แข่งกันอย่างเต็มตัว โดยไม่อยู่ใต้ชายคาเดียวกันอีกต่อไป





