ผู้ประกอบการรีสอร์ท เกาะหลีเป๊ะ ร้องให้ตรวจสอบ5ชายฉกรรจ์อ้างเป็นจนท. ข่มขู่จับกุมอ้างมีแรงงานเถื่อน เรียกทหารเรือเคลียร์กลับเดินหนี
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 พ.ย.59 ที่ห้องศูนย์ดำรงธรรม จ.สตูล น.ส.ทิพาพร รัตนสุวรรณ อายุ 30 ปี ผู้ช่วยผู้จัดการวารินทร์บีชรีสอร์ท ซึ่งเป็นรีสอร์ที่อยู่บนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนางสาวสุไรญา จันทร์ประดิษฐ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ศูนย์ดำรงธรรม จ.สตูล ว่า เมื่อเวลา 16.30 น. ของวันที่ 24 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มบุคคลจำนวน 5 นาย อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตร.จะเข้ามาจับกุมแรงงานพม่าที่เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ของรีสอร์ทวารินทร์ ซึ่งเป็นเหตุซึ่งหน้าโดยจะขอจับกุม
แต่ทางเจ้าของรีสอร์ท ขอปฏิเสธไม่ให้จับกุม เนื่องจากว่าทางรีสอร์ทแห่งนี้ ได้ดำเนินการขออนุญาตจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้อง และมีเอกสารจากจัดหางานจังหวัดสตูลอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งได้นำมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 5 คน ได้เห็นและให้รับทราบ แต่ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 คน ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่นั้น ปฏิเสธว่าเอกสารดังกล่าวว่าเป็นเอกสารที่ไม่ถูกต้อง จึงขอจับกุม และทางเจ้าของรีสอร์ทได้ประสานไปยังทหารเรือในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะเข้ามาตรวจสอบดู และเมื่อทหารเรือมาถึง ทั้ง 5 คน ก็เดินหลบหนีไป
ซึ่งจากเหตุการณ์ทั้งหมด ทำให้ตนซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้จัดการวารินทร์บีชรีสอร์ท ให้เข้ามายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.สตูล เพื่อให้ตรวจสอบดูว่า เจ้าหน้าที่ทั้ง 5 คน ที่เดินทางไปยังรีสอร์ทนั้น เป็นเจ้าหน้าที่แท้จริง หรือว่าเป็นการกล่าวแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่
เพราะการเข้ามาตรวจสอบนั้น เขาไม่ได้มีการแต่งเครื่องแบบหรือแสดงเอกสารว่าเป็นเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ซึ่งการกระทำเยี่ยงนี้ ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิด และไร้ซึ่งจรรยาบรรณของข้าราชการ ที่อาจจะเข้ามาเพื่อของรับเงินจากผู้ประกอบการ ซึ่งบนเกาะหลีเป๊ะแห่งนี้ มีแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากงานกรรมกรนั้น คนไทยจะไม่ทำ จึงจำเป็นที่จะต้องจ้างแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำ
นางธนพร สุวรรณโณ จัดหางานจังหวัดสตูล กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารการขออนุญาตจ้างแรงงานต่างด้าวของวารินทร์บีชรีสอร์ทแห่งนี้ ทางผู้ประกอบการได้มาขออนุญาตจ้างแรงงานอย่างถูกต้อง และมีเอกสารถูกต้องครบ ซึ่งหากจะมีการเข้าจับกุมตัวแรงงานต่างด้าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามหรือไม่นั้น น่าจะมีการตรวจสอบเอกสารเสียก่อน และมีการแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการด้วย ซึ่งกรณีนี้ ถือว่าเป็นกรณีที่ทางผู้เข้าตรวจสอบไม่ได้มีการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง และไม่ได้มีการแสดงบัตรประจำตัวของผู้ตรวจสอบด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดหลักของข้าราชการหรือไม่





