ความคืบหน้าคดีดัง! จับแก๊ง "ส.ต.ต." ได้ผู้ต้องหา3ราย วางแผนปล้นรถขนเงิน5ล้าน ลุยค้นในคลองได้เงินคืน4.5ล้าน
วานนี้ (25พ.ย.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. กำลังจากกองปราบปราม ชุดสืบสวนภาค 7 ชุดสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี และชุดสืบสวน สภ.สองพี่น้อง และกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร จาก มทบ.17 กว่า 100 นาย ได้ควบคุมตัว ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพ็ชรปานกัน ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี นายสมนึก สวยสม อายุ 35 ปี หรือป๊อปคอน มาสอบสวนที่ สภ.สองพี่น้อง จากนั้นได้นำตัวนายสมนึก ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นชี้เป้า ไปนำชี้จุดเกิดเหตุบริเวณปั๊มน้ำมัน ท่ามกลางประชาชนที่ทราบข่าวมามุงดูกันเป็นจำนวนมาก
ตำรวจกองปราบปราม ได้บุกเข้าจับกุมนายชัยเดช หรือใหญ่ เพ็ชรปานกัน อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นที่ชาย ส.ต.ต.วิฑูรย์ ได้ขณะหลบไปกบดานที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขต อ.สองพี่น้อง พร้อมของกลางเงินสด อาวุธปืนขนาด 9 มม.พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง และวิทยุสื่อสาร
จากการสอบถามเบื้องต้นรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับ ส.ต.ต.วิฑูรย์ น้องชายนายสมนึก หรือป๊อปคอน และนายสุเชาว์ แจ้งดี อายุ 35 ปี ก่อเหตุจริงโดยมีน้องชายเป็นคนวางแผนและจัดหาอุปกรณ์ ส่วนตนเป็นคนลงมือบุกเข้าไปชิงเอาเงินจากพนักงานของธนาคาร หลังก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนี โดยน้องชายได้นำเสื้อเกราะกลับไป ส่วนรถจักรยานยนต์ เสื้อผ้า หมวกกันน็อกที่สวมใส่ในวันเกิดก่อเหตุเป็นคนนำไปซ่อนไว้ภายในบ้านร้าง
โดยเงินสดนั้นตนได้แกะออกจากกล่อง แล้วใส่ถุงไปผูกไว้ในน้ำในหนองน้ำขนาดใหญ่ลึกว่า 3 เมตร ที่ บริเวณ หมู่ 2 ห่างจากบ้านภรรยาของตนประมาณ 500 เมตร ส่วนกล่องบรรจุเงินได้โยนทิ้งน้ำใกล้กัน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมได้ค้นหาพบกล่องบรรจุเงินและกระเป๋าผ้าสีดำที่ใช้สำหรับใส่กล่องเงิน ส่วนเงินที่เหลือเจ้าหน้าที่ได้เรียกชุดประดาน้ำมาช่วยค้นหาแต่ยังไม่พบ
เบื้องต้น พล.ต.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนถูกออกหมายจับข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์ ร่วมกันพยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนส่งให้พนักงานสอบสวน อย่างละเอียดเนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้สอบปากคำผู้ต้องหา
ต่อมา เมื่อเวลา 22.50 น. วันที่ 25 พ.ย.59 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดยพล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตา รรท.ที่ปรึกษา สบ.10 สามารถค้นเจอ และยึดเงินของกลางที่คนร้ายปล้นไปเอาไว้ได้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจนับเงินดังกล่าว เพื่อลงบันทึกการจับกุมต่อไป
พล.ต.ท.สุวิระ เปิดเผยว่า คดีนี้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค7 ให้สนธิกำลังกันติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ครบทั้งหมดแล้ว จึงมีการสอบสวนว่าเงินที่ปล้นมานำไปซ่อนไว้ที่ใด โดยคนร้ายอ้างว่านำไปซ่อนไว้ยังสถานที่แห่งหนึ่ง แต่เมื่อไปตรวจสอบแล้วกลับไม่พบแต่อย่างใด ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังกันค้นหาจนกระทั่งพบเงินดังกล่าว ถูกทิ้งไว้ในลำคลองแห่งหนึ่ง และเมื่อทำการตรวจนับ พบว่า เงินที่พบมีจำนวน 4,587,100 บาท





