วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลสั่ง 'ศุภชัยและพวก18ราย' คืนเงินสหกรณ์กว่า3,800ล้าน

ศาลแพ่งพิพากษา "ศุภชัย" อดีตปธ.สหกรณ์คลองจั่น กับพวก18ราย คืนเงินสหกรณ์กว่า 3,800 ล้าน หลังถูกสหกรณ์ฟ้องปี 57

ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 25 พ.ย.59 เวลา 09.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด หมายเลขดำ ด.1674/2557 ที่ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ,น.ส.ศรัญยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯ,นายลภัส โสมคำ อดีตเลขานุการสหกรณ์ฯ และนายกฤษดา มีบุญมาก อดีตหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อสหกรณ์ฯ จำเลยที่ 1-4 กับพวกรวม 18 คน

สืบเนื่องจากกรณีระหว่างปี พ.ศ. 2552–พ.ศ.2555 จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันกระทำละเมิดต่อสหกรณ์ฯ โดยร่วมกันสั่งจ่ายเช็คถอนเงินของสหกรณ์ฯโจทก์ เป็นเงิน 10,481,166,966.01บาท และร่วมกันเอาเงินฝากของลูกค้าที่นำมาฝากกับ สหกรณ์ฯโจทก์ เป็นเงิน 1.9 พันล้านบาท และยังร่วมกันปล่อยสินเชื่อให้แก่สมาชิกโดยทราบว่าสมาชิกดังกล่าวไม่มีการถือหุ้นตามข้อบังคับ และไม่มีหลักประกันในการกู้ยืมเป็นเงินอีก 1.1 หมื่นล้านบาท กับร่วมกันปล่อยปละละเลยให้นายศุภชัย จำเลยที่ 1 กู้เงินสหกรณ์ฯโจทก์ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งประธานในรูปแบบเงินยืมทดรองซึ่งไม่มีระเบียบรองรับ เป็นเงินอีกไม่ต่ำกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยจำเลยที่ 5 -18 รับรู้ถึงการกระทำของจำเลยที่ 1-4 และรับเงินหรือผลประโยชน์มาจากจำเลยที่ 1-4 โดยรู้ว่ามีที่มาไม่สุจริต ซึ่ง สหกรณ์ฯโจทก์ ยื่นฟ้องขอให้จำเลยที่ 1- 18 ต้องร่วมกันชำระเงิน 3,811,605,926.18บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ทั้งนี้ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 9-10,จำเลยที่ 14-16 รวม 5 คน ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความร่วมกันคืนเงินแก่ สหกรณ์ฯโจทก์จำนวน 321,400,000บาท

โดยศาลแพ่ง พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของสหกรณ์ฯ โจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า นายศุภชัย,น.ส.ศรัญยา,นายลภัส,นายกฤษดา จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันทุจริต โดยนายศุภชัยจำเลยที่ 1 ฉวยโอกาสขณะเป็นประธาน คณะกรรมการดำเนินการ ส่วน น.ส.ศรัญยา อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯ,นายลภัส อดีต เลขานุการสหกรณ์ และนายกฤษฎา หัวหน้าฝ่ายสินเชื่อสหกรณ์ จำเลยที่ 2-4 ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาเงินของ สหกรณ์ฯโจทก์ ร่วมกันสั่งจ่ายเช็คถอนเงินสหกรณ์ฯโจทก์,ร่วมกันเบียดบัง เอาเงินฝากที่ลูกค้านำมาฝากกับสหกรณ์,ร่วมกันรู้เห็นเป็นใจปล่อยสินเชื่อให้สมาชิกสมทบทั้งที่รู้ว่าไม่มีการถือหุ้นตามข้อบังคับ และไม่มีหลักประกันการกู้ยืม อีกทั้งยังร่วมกันให้ นายศุภชัย จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งประธาน สหกรณ์หลายครั้งโดยไม่มีระเบียบรองรับดังนั้น จำเลยที่ 1-4 ต้องร่วมกันรับผิดคืนเงิน ให้สหกรณ์ฯโจทก์
จึงพิพากษาให้ นายศุภชัย,น.ส.ศรัญยา,นายลภัส,นายกฤษดา จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 3,811,605,926.18บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องที่ 1 พ.ค.57 จนกว่าจะชำระเสร็จ

ส่วนจำเลยที่ 5-8,จำเลยที่ 11-13 รวม 7 คนซึ่งเป็นกลุ่มคนสนิท ได้รับเงินและทรัพย์สินมาจากจำเลยที่ 1-4 โดยรู้ว่าได้มาโดยไม่สุจริตจึงต้องร่วมรับผิดตามจำนวนทรัพย์สินที่จำเลยแต่ละคนได้มา

จึงพิพากษาให้ จำเลยที่ 5 ร่วมรับผิดในเงินจำนวน 2,795,379บาท,จำเลยที่ 6 จำนวน 2,461,875บาท,จำเลยที่ 7 จำนวน 46,853,550บาท และตามราคาประเมินที่ดิน,จำเลยที่ 8 จำนวน 1,456,486.33บาท,จำเลยที่ 11 จำนวน 960 ล้านบาท ซึ่งจำเลยทั้งหมดจะต้องชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น นับตั้งแต่วันฟ้องที่ 1 พ.ค.57 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ส่วนจำเลยที่ 9,10,14,15,16 ให้รับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่ตกลงกันคือ คืนเงินจำนวน 321,400,000บาท ให้กับสหกรณ์ฯโจทก์

สำหรับจำเลยที่ 17-18 พยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่ามีส่วนรับรู้ถึงการกระทำและรับเงินจากจำเลยที่ 1-4 จำเลยที่ 17-18 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดจ่อโจทก์พิพากษาให้ยกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีแพ่งที่อ่านคำพิพากษาในวันนี้ จำเลยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาศาลด้วยตนเองเหมือนในคดีอาญา ซึ่งรวมถึงนายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ ด้วย ที่ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำคดีอาญาฉ้อโกงสหกรณ์ ส่วนคำพิพากษานี้อยู่ในศาลชั้นต้น โดยจำเลยทั้งหมดยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้อีกใน 30 วัน

ขณะที่นายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ ยังมีคดีแพ่ง ที่อัยการ ยื่นฟ้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน อีก 2 สำนวน ประกอบด้วย1.คดีหมายเลขดำ ฟ.173/2559อัยการยื่นเมื่อวันที่8ก.ย.ที่ผ่านมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัย กับพวก ตกเป็นของแผ่นดิน จากที่มีการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน รวมทุนทรัพย์ทั้งสิ้น85,769,438.25บาท ซึ่งศาลแพ่ง นัดไต่สวนในวันที่7ธ.ค.นี้ เวลา09.00น.

2.คดีหมายเลขดำ ฟ.208/2559อัยการยื่นฟ้องวันที่18พ.ย.ที่ผ่านมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัย กับพวกตกเป็นของแผ่นดิน จากที่มีการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน รวมทุนทรัพย์ทั้งสิ้น1,585,000,000บาท โดยศาลแพ่ง นัดไต่สวนในวันที่20ก.พ.2560เวลา09.00น.

โดยในส่วนของนายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ และ น.ส.ศรัญยา อดีต รองผจก.สหกรณ์ ยังตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาคดีร่วมกันฟอกเงินอีกด้วย ซึ่งอัยการได้มีคำสั่งฟ้องแล้ว และนัดผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อศาลอาญาในวันที่ 30 พ.ย.นี้