จับกุมเครือข่ายม้งคู่ค้ายา “เล่าต๋า แสนลี่” ยึดยาบ้า-ยาไอซ์ มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท
ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อเวลา23.00น. วันที่ 23 พฤศจิกายน พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุขรรท.ผบช.ปส.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.2บก.ปส.3 (นปส.เชียงใหม่)สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมนายพิชิต โชคภัคชิตพรอายุ 31 ปีชาวจ.แม่ฮ่องสอน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 85 มัดประมาณ 170,000 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 3 กก. รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้สีขาวทะเบียนขษ-6052เชียงใหม่ จำนวน 1 คันโดยจับกุมได้ที่ริมถนนสายเวียงแหง-ปายบริเวณบ้านเมืองน้อย ต.เวียงอ.ปายจว.แม่ฮ่องสอน
พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจากเครือข่ายม้งผ่านเข้ามาในประเทศ โดยใช้ช่องทางธรรมชาติจึงสั่งกระจายกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์ตามจุดต้องสงสัยต่างๆ กระทั่งพบรถยนต์ลักษณะตรงตามที่สายลับแจ้งซึ่งมี นายพิชิต ผู้ต้องหาเป็นผู้ขับขี่ผ่านเข้ามายังถนนสายเวียงแหง-ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้า ตรวจค้นพบยาเสพติดของกลางซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะที่นั่งหลัง จึงควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นจากการตรวจสอบคาดว่ายาเสพติดที่ทำการตรวจยึดได้ในล็อตนี้น่าจะมีมูลค่าสูงกว่า 40 ล้านบาท
พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวต่อว่า สำหรับเครือข่ายยาเสพติดจากชนเขากลุ่มม้งนั้นถือเป็นกลุ่มคู่ค้ายาเสพติดรายสำคัญกับทางเครือข่ายยาเสพติดของนายเล่าต๋า แสนลี่ ราชายาเสพติดชื่อดังแต่ภายหลังจากที่นายเล่าต๋าถูกเจ้าหน้าที่จับกุมทำให้เครือข่ายยาเสพติดทั้งสองเครือข่ายนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จึงหันมาปรับเปลี่ยนรูปแบบในการทำการค้ากับเอเย่นต์ยาเสพติดในประเทศไทยให้มากขึ้น โดยใช้รูปแบบกระจายกำลังกองทัพมดลักลอบขนยาเสพติดตรงเข้ามายังพื้นที่กทม. และภาคกลางโดยตรงเพื่อเป็นจุดพักยาก่อนจะลำเลียงออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แทนการใช้วิธีเดิมที่มักจะหยุดพักรวมยากันก่อนที่บริเวณริมขอบชายแดนไทย ทั้งทางภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง ก่อนจะเคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางอีกที รวมถึงหันมารับออร์เดอร์จากเอเย่นต์ยาเสพติดรายอื่นเพิ่มขึ้น ไม่ทำการค้าผูกขาดกับเอเย่นต์รายเก่าๆ เหมือนเช่นเคยที่ผ่านมาพบว่า แต่ละวันเครือข่ายม้งจะได้รับเงินจากการขายยาเสพติดให้กับลูกค้าตกวันละ 30-40 ล้านบาท
จากการสอบปากคำนายพิชิตให้การรับสารภาพว่าได้ถูกว่าจ้างจากเอเย่นต์ยาเสพติดเครือข่ายม้งรายหนึ่งให้นำยาเสพติดมาส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่กทม.โดยจะได้รับเงินค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณยาเสพติดที่ขนมากระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพให้โทษประเภท1 (ยาบ้าและยาไอซ์)ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฏหมาย”ก่อนส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





