วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภารกิจใน'เดวิส คัพ' ของ'ราชันไร้บัลลังก์'

หากจะถามหา “ราชันไร้บัลลังก์” ในแวดวงเทนนิสโลก อาร์เจนตินา คือหนึ่งชาติที่อยู่ในข่ายดังกล่าวโดยไม่อาจปฏิเสธ

และในสุดสัปดาห์นี้ (25-27 พ.ย.) สมาชิกทีมเดวิส คัพ นำโดยกัปตันทีม ดานิเอล ออร์ซานิช จะพยายามไล่ตามความฝันเป็นครั้งที่ห้า เพื่อบรรลุเป้าหมายที่รอคอยมานาน ในรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันเทนนิสชายชิงแชมป์โลก โดยมี โครเอเชีย เป็นด่านสุดท้าย

เวิลด์คัพของเทนนิส

เดวิส คัพ เป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลกของเทนนิสชาย ภายใต้การรับรองของสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ หรือ ไอทีเอฟ เป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนท์ที่ยาวนานที่สุดในโลกกีฬา ซึ่งก่อตั้งในปี 1900 โดยสมาชิกทีมเทนนิสของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ขณะที่ครั้งนี้ เป็นปีที่ 116  

จากการแข่งขันระหว่างสหราชอาณาจักร และสหรัฐ ในปีแรก เดวิส คัพ ค่อยๆขยายการเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ปัจจุบัน มีชาติต่างๆส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 130 ทีม แบ่งออกเป็น 5 ระดับ 

ในแต่ละระดับ ก็จะแยกย่อยออกเป็นโซนของแต่ละทวีป ที่จะแข่งกันแบบทัวร์นาเมนท์เพื่อเลื่อนสู่ชั้นที่สูงกว่า โดยมีชั้นสูงสุด คือ เวิลด์กรุ๊ป ที่ถือเป็นการชิงแชมป์โลกของ 16 ทีมที่ดีที่สุดในปีนั้น

จากอดีตถึงปัจจุบัน สหรัฐ คือทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุด คือแชมป์ 32 สมัย หรือแบ่งเป็น 7 สมัย ในยุคโอเพน เอรา (ตั้งแต่ปี 1972 เป็นต้นมา) ขณะที่สหราชอาณาจักร หนึ่งในสองทีมจากยุคก่อตั้ง เพิ่งได้แชมป์ในยุคโอเพน เอรา เพียงครั้งเดียว คือเมื่อปีที่แล้ว 

ฝันร้ายซ้ำซาก

อาร์เจนตินา ถือเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของวงการเทนนิสโลก ปัจจุบันรั้งอันดับ 2 ใน ไอทีเอฟ แรงกิง มี 21,817.50 คะแนน เป็นรองสหราชอาณาจักรเพียงทีมเดียว และเล่นอยู่ในเวิลด์กรุ๊ปมาทั้งสิ้น 24 ปีด้วยกัน

กระนั้น ก็ถือเป็นหนึ่งใน 4 ทีมที่เคยผ่านเข้าชิงชนะเลิศมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ยังไม่เคยได้แชมป์ ร่วมกับ เบลเยียม, อินเดีย และ โรมาเนีย โดยถือเป็นทีมที่อกหักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการนี้ คือ 4 ครั้ง  

หนแรกในปี 1981 อาร์เจนตินา ที่นำโดย กิเยร์โม บียาส อดีตนักเทนนิสมือ 2 ของโลก แพ้ให้กับ สหรัฐ ที่มีสุดยอดนักหวดตลอดกาล จอห์น แม็คเอนโร ในทีม 3-1

เข้าสู่ยุคปัจจุบัน อาร์เจนตินา เข้าชิงชนะเลิศรายการนี้ถึง 3 หนในช่วงเวลาห่างกัน 6 ปี แต่ก็แพ้ให้กับ รัสเซีย ที่มีทั้ง นิโคไล ดาวิเดนโก และ มารัท ซาฟิน ไปหวุดหวิด 3-2 ก่อนจะแพ้ต่อ สเปน สองครั้งรวด ด้วยสกอร์ 3-1 ในปี 2008 และ 2011

ล้มแชมป์

ขณะที่ในปีนี้ แม้จะผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศสำเร็จ อาร์เจนตินา ต้องเจอกระดูกชิ้นโตอย่าง สหราชอาณาจักร แชมป์เก่าที่นำโดย แอนดี มาร์รีย์ แชมป์วิมเบิลดันและโอลิมปิกคนล่าสุด ที่กลาสโกว์

และในแมตช์ตัดสิน หลังจากเสมอกัน 2-2 คู่ จากแผนเดิมที่ ฮวน มาร์ติน เดล ปอโตร จะถูกส่งลงพบกับ แดน เอฟเวนส์ มือ 53 โลก อาการบาดเจ็บข้อมือก็ทำให้อดีตแชมป์ยูเอส โอเพนต้องหลีกทางให้ เลโอนาร์โด เมเยอร์ มือ 114 โลก ลงเล่นแทน ก่อน เมเยอร์ จะแซงชนะคู่แข่งที่อันดับโลกเหนือกว่าครึ่งต่อครึ่ง ได้ 3-1 เซต นำ อาร์เจนตินา เข้าชิงชนะเลิศเป็นสมัยที่ห้า

“ผลงานของ ลีโอ คือสิ่งที่เราคาดหวังจะได้เห็น แม้ว่าในเซตแรก เขาจะดูตื่นสนามไปบ้าง” ออร์ซานิช กล่าว 

เดิมพันสุดท้าย

“พวกเขาได้เปรียบเรา” เดล ปอโตร กล่าวถึง โครเอเชีย แชมป์ปี 2005 ทั้งการได้เล่นใน อารีนา ซาเกร็บ ถิ่นตัวเอง ต่อหน้าแฟนๆกว่า 15,000 คน และมีตัวชูโรงอย่าง มาริน ซิลิช นักเทนนิสชายมือ 6 ของโลก

แต่ย้อนกลับไปในปี 2008 เดล ปอโตร และ อาร์เจนตินา ก็เคยเป็นฝ่าย “ได้เปรียบ” เช่นกัน ทั้งการได้เล่นในถิ่นตัวเอง ขณะที่ สเปน ก็ลงเล่นโดยปราศจาก ราฟาเอล นาดาล ที่บาดเจ็บ แต่ผลสุดท้าย กลับเป็นผู้มาเยือนที่คว้าชัยกลับออกไปได้ 

“ผมไม่คิดว่าการได้เล่นในบ้านจะมีอะไรพิเศษ” ซิลิช นักเทนนิสระดับท็อป 10 คนเดียว ที่จะลงเล่นในสุดสัปดาห์นี้ กล่าว “ต่อให้ไปเล่นที่อาร์เจนตินา ผมก็เชื่อว่าแฟนๆสามารถสร้างบรรยากาศได้ดีไม่แพ้กัน” 

แมทช์ที่ทุกคนตั้งตารอมากที่สุดในสุดสัปดาห์นี้ คงไม่พ้นการเจอกัน ระหว่าง ซิลิช กับ เดล ปอโตร มือ 38 ของโลก และเจ้าของรางวัล “คัมแบ็ก ออฟ เดอะเยียร์” ของเอทีพี ทัวร์ นักเทนนิสเพียงสองคน ที่สามารถเอาชนะทั้ง แอนดี มาร์รีย์ กับ โนวัค ยอโควิช ​มืออันดับ 1 และ 2 ของโลกได้ในปีนี้

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของ เดวิส คัพ คือหากผลแพ้ชนะต้องตัดสินกันในแมทช์ที่ห้า เหมือนที่ มาริโอ อันซิช อดีตฮีโร่ของโครแอต ในนัดชิงชนะเลิศกับ สโลวาเกีย เมื่อ 11 ปีที่แล้ว เคยประสบมาก่อน 

“มันมีแรงกดดันมหาศาลบนไหล่ เมื่อคุณต้องลงเล่นในแมทช์ที่ห้าเพื่อตัดสิน มันไม่มีทางให้หันหลังกลับ แต่ลึกๆมันเป็นสิ่งที่นักกีฬาทุกคนอยากสัมผัส และแบกรับความรับผิดชอบนั้นไว้ มันเหมือนการยิงจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก หรือการชู้ตครั้งสุดท้ายในบาสเกตบอลโอลิมปิกนั่นแหละ”