วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้การฯยันไม่ป้องคนผิด คดีดาบตำรวจยิงเด็ก 15 เสียชีวิต

ผู้การฯ บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและสำนวนคดีดาบตำรวจยิงเยาวชนชายอายุ 15 ปี เสียชีวิต ยันไม่ป้องคนผิด

(17 พ.ย.59) พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและสำนวนคดี ที่ดาบตำรวจสมชาย ร่วมพิมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูเมือง ใช้อาวุธปืนประจำกายขนาด 9 มม. ยิงนายปฏิภาน ระเบียบโพธิ์ หรือน้องคิง เยาวชนอายุ 15 ปี เสียชีวิต และกระสุนยังถูกนายปลื้ม เพื่อนผู้ตายที่นั่งรถจักรยานยนต์มาด้วยกันบาดเจ็บอีก 1 ราย ในคืนวันที่

14 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันลอยกระทง เหตุเกิดบริเวณข้างปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งถนนสายคูเมือง–พุทไธสง อ.คูเมือง โดยผู้การฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่บริเวณที่ระบุว่าวัยรุ่นมีการก่อเหตุทะเลาะวาทกัน ก่อนที่ดาบตำรวจซึ่งบ้านพักอยู่ฝั่งตรงข้ามได้เข้ามาระงับเหตุ พร้อมตรวจสอบจุดที่ลงมือใช้อาวุธปืนยิงเยาวชนบริเวณภายในปั้มน้ำมันและถนนข้างปั้ม ท่ามกลางความสนใจของญาติและประชาชนที่มามุงดูเป็นจำนวนมาก

พร้อมกันนี้ผู้การฯ ยังได้กำชับให้พนักงานสอบสวนทำคดีดังกล่าวด้วยความละเอียดรอบคอบ และตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งผู้เสียหาย และผู้ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ผู้การฯ

ก็จะมาติดตามและกำกับดูแลคดีดังกล่าวด้วยตนเองด้วย เนื่องจากเป็นคดีที่ละเอียดอ่อนและอยู่ในความสนใจของประชาชน

ส่วนตัวดาบตำรวจสมชาย และครู ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ในคืนเกิดเหตุ หลังจากได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.คูเมือง ก็ถูกแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” พร้อมนำตัวส่งฝากขังที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว โดยเบื้องต้นได้มีการคัดค้านประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน หากญาติไม่มั่นใจในความปลอดภัยหรือเกรงผู้ต้องหาจะมาข่มขู่ผู้เสียหาย หรือพยาน ก็สามารถทำเรื่องร้องขอประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นศาลได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ก่อเหตุ จะอ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่นในคืนวันลอยกระทง ก็จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนพยานแวดล้อมใกล้จุดเกิดเหตุ ว่าการกระดังกล่าวสมควรแก่เหตุหรือไม่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด

ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าดาบตำรวจที่ก่อเหตุยิงเยาวชน และครูที่อยู่ในเหตุการณ์ มีลักษณะคล้ายกับเมาสุราแล้วก่อเหตุนั้น ก็จะต้องสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงให้ปรากฏ ซึ่งสามารถสอบปากคำพยานแวดล้อมก่อนเกิดเหตุว่าทั้งสองได้มีการนั่งร่วมวงดื่มสุรากับบุคคลใดบ้าง ประกอบกับคืนเกิดเหตุเป็นวันลอยกระทงความน่าจะเป็นอาจจะมีการฉลองหรือไม่อย่างไรนั้น  ก็ขึ้นอยู่กับคำให้การของพยานแวดล้อมพยานบุคคลว่าสอดคล้องตรงกันหรือไม่ เพื่อประกอบในสำนวนคดีด้วย