ที่บริเวณแปลงนาชาวบ้านหนองแต้ ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นหมู่บ้านใต้เขื่อน
หมู่บ้านแรกห่างจากประตูสปิลเวย์ เขื่อนอุบลรัตน์ประมาณกิโลเมตรเศษ รถเกี่ยวข้าวได้เร่งเกี่ยวข้าวกันอย่างเต็มที่ หลังจากที่ทางเขื่อนอุบลรัตน์ประกาศระบายน้ำฉุกเฉิน เพิ่มจากปกติเป็นวันละ 21 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากระดับน้ำในเขื่อนเกินระดับกักเก็บ และยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่เหนือเขื่อนจน ได้รับความเสียหายกว่า 2 แสนไร่
ขณะเดียวกันเจ้าของรถเกี่ยวข้าวซึ่งมีจำนวน 3 คัน ในหมู่บ้านหนองแต้ ต่างก็ปรับเปลี่ยนคิวการเกี่ยวข้าวหันมาระดมกระจายกำลังเกี่ยวข้าวให้กับแปลงนาที่อยู่ริมน้ำและมีความเสี่ยงมากที่สุดก่อน และบางส่วนก็ใช้แรงงานคนเร่งเกี่ยวด้วยเพื่อให้เสร็จเร็วขึ้น เพราะพื้นที่เสี่ยงมีมากกว่า 2,000 ไร่ ซึ่งเป็นการร่วมแรงร่วมใจของคนในหมู่บ้าน ก่อนที่ระดับน้ำจากลำน้ำพองจะหนุนสูงจนท่วมหมด หลังจากนั้นก็นำข้าวที่เกี่ยวและนวดแล้วไปตาก ที่ลานตากข้าวสาธารณะของหมู่บ้าน หรือบางคนมีพื้นที่หน้าบ้านก็นำไปตากหน้าบ้านตัวเอง เนื่องจากข้าวส่วนใหญ่ยังมีความชื้นสูง
เจ้าของที่นาอีกหลายคนต่างก็กำลังกังวลใจ เพราะการปล่อยน้ำผ่านสปิลเวย์แต่ละครั้ง จะต้องกระทบกับที่นาต้องลุยน้ำเกี่ยวข้าว แต่ปัจจุบันแรงงานคนแทบจะไม่มี ต้องพึ่งรถเกี่ยวถ้าน้ำท่วมรถก็ไม่สามารถเกี่ยวได้
อย่างนางม้วย บุญลา เจ้าของที่นาที่อยู่ถัดไปอีกเกือบสองกิโลเมตร บอกว่าน้ำจะเอ่อจากห้วยคุมมุมที่เป็นลูกน้ำพอง จะหนุนสูงขึ้นมา ถ้าไม่ได้รถเกี่ยวข้าวภายในวันสองวันนี้น้ำจะต้องขึ้นมาแน่ๆ ทำให้จิตใจไม่ดีเลยเกรงว่ารถจะเกี่ยวไม่ทัน ซึ่งได้คิวในวันพรุ่งนี้แต่ตอนนี้ทางเขื่อนปล่อยน้ำออกมาแล้วก็ไม่รู้ว่าจะทันหรือไม่
ขณะที่เดียวกันการระบายน้ำผ่านประตูฉุกเฉิน หรือสปิลเวย์เขื่อนอุบลรัตน์ ได้เปิดแรกขึ้นสูง 40 เซนติเมตรช่วงเช้า และได้เปิดบานที่ 4 ระดับ 40 เซนติเมตรเช่นกันในช่วงเวลาก่อนเที่ยงเล็กน้อย เพื่อให้น้ำที่ไหลสู่ลำน้ำพองค่อยๆ เพิ่มระดับ และให้กระทบกับพื้นที่ท้ายเขื่อนน้อยที่สุด ซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์ให้พื้นที่ริมน้ำหรือที่ลุ่มติดลำน้ำ เร่งเก็บเกี่ยวเพื่อให้เสียหายน้อยที่สุดด้วย




