วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สลัดคราบ'พระรอง'แอนดี 'No.1' มาร์รีย์

ในโลกของกีฬาเทนนิส นอกจากตำแหน่งแชมป์แกรนด์สแลมแล้ว อีกหนึ่งเกียรติยศสูงสุด

ที่น้อยคนจะไปถึง นั่นคือตำแหน่งมือ 1 โลกใน เอทีพี ทัวร์ แรงกิง

11 ปีเต็มหลังจากเบียดแทรกขึ้นมาอยู่ในท็อป 100 แอนดี มาร์รีย์ ก็บันทึกชื่อตัวเองในฐานะนักเทนนิสจากสหราชอาณาจักรคนแรก ที่ไปถึงจุดดังกล่าวจนได้ หลังผ่านเข้าชิงชนะเลิศเทนนิส เอทีพีทัวร์ รายการ “บีเอ็นพี พาริบาส ปารีส มาสเตอร์ส” ที่ฝรั่งเศส 

มาร์รีย์ ฉลองการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งโลกคนใหม่ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยชัยชนะเหนือ จอห์น อิสเนอร์ คู่ชิงชนะเลิศชาวอเมริกัน 2-1 เซต 6-3, 6-7 (4-7), 6-4 นับเป็นแชมป์รายการที่ 43 ในการเล่นอาชีพสำหรับเจ้าตัว 

“มันอาจจะกินเวลาแค่สัปดาห์เดียวก็ได้ ฉะนั้น ผมจะยินดีกับมันให้เต็มที่ เพราะในทัวร์ไฟนอลส์ ผมอาจเสียมันไป และไม่ได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกเลย” มาร์รีย์ กล่าว ก่อนเดินทางไปกรุงลอนดอน เพื่อลงเล่นใน บาร์เคลย์ส เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ ที่ โอทู อารีนา ช่วงสุดสัปดาห์นี้

เอทีที แรงกิง

สมาคมนักเทนนิสอาชีพ (เอทีพี) เริ่มนำระบบการจัดอันดับผู้เล่นตามผลงานมาใช้ในเดือน ก.ค. 1973 เพื่อให้แต่ละรายการมีความเข้มข้นและเป็นมืออาชีพกว่าเดิม โดยเจ้าของตำแหน่งมือ 1 คนแรกของโลก ได้แก่ อิลี นาสตาเซ สุดยอดนักหวดชาวโรมาเนียในทศวรรษที่ 70 ผู้ครองตำแหน่งนี้ ระหว่าง 23 ส.ค.1973-2 มิ.ย. 1974

ในยุคแรก ระบบการจัดแรงกิงของ เอทีพี จะคิดจากค่าเฉลี่ยผลงานของผู้เล่นแต่ละคนเป็นหลัก และค่อยๆมีการปรับเปลี่ยนหลายครั้ง กระทั่งลงตัวด้วยระบบล่าสุดที่ใช้กันมา ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบัน โดยจะคิดคะแนนจาก 18 รายการของ เอทีพี ทัวร์ ประกอบด้วย แกรนด์สแลม 4 รายการ / เอทีพี เวิลด์ทัวร์ มาสเตอร์ส 1000 จำนวน 8 รายการ / และคิดผลงานดีที่สุด 6 รายการจาก เอทีพี เวิลด์ทัวร์ 500, เอทีพี เวิลด์ทัวร์ 250, เอทีพี ชาลเลนจ์ ทัวร์, ฟิวเจอร์ซีรีส์ และ เดวิส คัพ

นอกจากนี้ นักเทนนิส 8 อันดับแรกของโลก ยังสามารถเก็บแต้มเพิ่มได้จาก เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ รายการสุดท้ายของปี

ขาลงของ ‘โนเล’

ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ความสำเร็จในวงการเทนนิสชาย แทบถูกจำกัดไว้โดยนักเทนนิสเพียงไม่กี่คน ไล่จาก โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล เรื่อยมาถึง โนวัค ยอโควิช ในปัจจุบัน

ความครบเครื่องของ ยอโควิช คือปัจจัยที่ทำให้นักหวดจากเซอร์เบีย ครองความยิ่งใหญ่ได้ต่อเนื่องในช่วงสี่ปีหลังสุด โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อระหว่างปี 2015 ถึง 2016 ที่แทบเรียกได้ว่าเข้าขั้น “ไร้เทียมทาน” 

หลังจบรายการแรกของปี 2016 ที่กาตาร์ ยอโควิช ทำลายสถิติคะแนนสะสม เอทีพี ที่16,790 คะแนน ตามด้วยการทุบสถิติทำเงินสูงสุดตลอดกาลของ เฟดเดอเรอร์ ด้วยยอดรวมรายได้ ถึง 98.2 ล้านดอลลาร์ในเดือนเม.ย. และแตะหลักร้อยล้านในเวลาถัดมา และจุดพีกสุดคงไม่พ้นการป้องกันแชมป์ เฟรนช์ โอเพ่น ได้สำเร็จ นับเป็นการคว้าแกรนด์สแลม 4 รายการติดต่อกันแบบข้ามปี จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “โนเล สแลม”

แต่การพ่ายพลิกล็อกให้ แซม เคอร์เรย์ ในรอบ 3 ของวิมเบิลดัน ก็ทำให้ช่วงเวลาไร้เทียมทานของ “โนเล” สิ้นสุดลง แม้จะแก้ตัวได้ทันควันในโรเจอร์ส คัพ แต่หลังจากนั้น ยอโควิช ที่ต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บ ก็เสียท่าให้กับมือรองอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ฮวน มาร์ติน เดล ปอโตร ในรอบแรกโอลิมปิก สตานิสลาส วาวรินกา ในนัดชิงฯยูเอสโอเพน ไปจนถึง โรแบร์โต เบาติสตา อากุต ที่เซี่ยงไฮ้ และล่าสุด มาริน ซิลิช ในรอบก่อนรองชนะเลิศที่ปารีส กระทั่งเสียมือ 1 ให้ มาร์รีย์ ในที่สุด

ปีทองของ ‘มาร์รีย์’

หลังจากต้องทนสวมบทพระรองมาตลอด ใน 2 แกรนด์สแลมแรกของปี การกลับไปร่วมงานกับ อิวาน เลนเดิล อีกครั้ง ก็ช่วยให้ มาร์รีย์ คว้าแชมป์วิมเบิลดัน สมัยที่ 2 ในชีวิตได้สำเร็จ ด้วยชัยชนะเหนือ มิลอส ราโอนิช ในรอบชิงชนะเลิศ ตามด้วยการชนะ ฮวน มาร์ติน เดล ปอโตร ในรอบชิงชนะเลิศโอลิมปิก 

นับจนถึงต้นเดือนพ.ย. มาร์รีย์ คว้าแชมป์ในปี 2016 มาครองทั้งสิ้น 8 รายการ โดยที่ ปารีส เป็นทัวร์นาเมนท์ล่าสุด ส่งให้เจ้าตัวสามารถขยับขึ้นเป็นมือ 1 โลกสำเร็จ โดยมี 11,185 คะแนน เหนือกว่า ยอโควิช 405 คะแนน ทั้งที่ในช่วงต้นเดือนเม.ย. เจ้าตัวเคยมีแต้มสะสมตามหลังนักหวดเซิร์บถึง 8,725 คะแนนด้วยซ้ำ

ทัวร์นาเมนท์ตัดสิน

อย่างไรก็ตาม มาร์รีย์ ก็รู้ดีว่าการเป็นมือหนึ่งโลกในครั้งนี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เพราะการจะรักษาตำแหน่งไว้ ก็เป็นเรื่องยากเย็นไม่แพ้กัน 

เมื่อทั้ง มาร์รีย์ และ ยอโควิช ต่างก็จะลงเล่นในรายการสุดท้ายของปี บาร์เคลย์ส เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ ระหว่าง 13-20 พ.ย. นี้ ซึ่งมีคะแนนสะสมในแต่ละรอบเป็นเดิมพัน

นักหวดหนุ่มจากสกอตแลนด์ จะได้สัมผัสกับความสำเร็จนี้เพียงแค่สัปดาห์เดียวหรือไม่นั้น ยอโควิช และนักเทนนิสชั้นนำของโลกอีก 6 คนจะเป็นผู้ให้คำตอบเอง