วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดาว์พงษ์'แจงคืบหน้าแก้ทุจริตในสกสค.

“ดาว์พงษ์” แจงคืบหน้าและแนวทางจัดการทุจริตสกสค. กรณีบ.บิลเลียนฯ ติดตามเงินคืน 2,500 ล้านบาท

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเสียหายที่เกิดขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน สกสค.) กรณีซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินบริษัท บิลเลียน อินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด เพื่อลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท ว่า จากมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 3,000 ล้านบาทนั้น ที่ผ่านมา สกสค.ได้รับเงินมาแล้ว 500 ล้านบาท แต่ยังเหลืออีก 2,500 ล้านบาท ที่บริษัท บิลเลียนฯไม่ได้คืนเงินและหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน เมื่อตรวจสอบมูลค่าและความถูกต้องก็พบว่าเป็นเอกสารปลอม ซึ่งที่ผ่านศธ. ได้ดำเนินการใน 2 ส่วน คือ 1.การลงโทษผู้กระทำความผิด และ2.การติดตามเงินคืน

สำหรับผู้กระทำความผิด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้บริหารบริษัท บิลเลียนฯ จำนวน 6 คน ในฐานความผิดฉ้อโกง หรือปลอมและใช้เอกสารปลอม สนับสนุนเจ้าพนักงาน และฟอกเงิน โดยสกสค.ได้แจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ดุสิต และได้มีการออกหมายจับและสามารถจับกุมได้ 2 คนเจ้าพนักงานได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการสั่งฟ้อง 1 รายส่วนอีก 1 รายอยู่ระหว่างการสอบส่วน ที่เหลืออีก 4 รายยังหลบหนีอยู่

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อไปว่า 2.กลุ่มอดีตผู้บริหารสกสค.และคณะกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จำนวน 22 คน ฐานความผิดเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งในกลุ่มนี้ สกสค.ได้สั่งพักงานไปแล้ว 5 คนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสกสค. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง 6 คนและจะเพิ่มอีก 1 คนรวมเป็น 7 คน ซึ่งในกลุ่มนี้ยังมีข้าราชการและบุคลากรในสังกัดอื่น ๆ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งเป็นกรรมการกองทุนฯ ที่จะต้องถูกสอบสวนเพิ่มเติม โดยเร็วๆ นี้ตนจะตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมเพื่อสอบสวนทุกคนที่เกี่ยวข้อง

 และ3.กลุ่มธนาคาร ที่ปิดบัญชีและถอนเงินโดยไม่มีอำนาจ ซึ่งเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จึงได้มีการฟ้องแพ่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย อย่างไรก็ตาม ส่วนผู้กล่าวหากลุ่มที่ 1 และ 2 ได้มีการส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวน ขณะเดียวกัน ได้ส่งเรื่องกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษแล้ว

“ศธ.จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งทางแพ่งและอาญา โดยทางแพ่งจะเป็นในส่วนมูลค่าความเสียหาย 2,500 ล้านบาท ส่วนที่เกี่ยวเนื่องคดีอาญา มูลค่าความเสียหาย 3,000 ล้านบาท จึงมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า ผมยอมรับว่าการดำเนินการ 2 ปีที่ผ่านมาล่าช้า ไม่ทันใจ เพราะมีช่องโหว่ที่ต้องหาทางอุดทำให้ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการต่อจากนี้ ตนจะเร่งประสานกับหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายเพื่อขยายผลการดำเนินคดี การติดตามเงินคืน สนับสนุนและบูรณาการพยานหลักฐานในการกระทำความผิด อาทิ การอายัติทรัพย์สินเพิ่มเติม การดำเนินการคดีฟอกเงินทางอาญา และการดำเนินคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา รวมถึงประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ช่วยเร่งคดีเพราะเป็นคดีที่มีผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหาย พร้อมทั้งขอให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เป็นเจ้าภาพหลักในการประสานและติดตามผลการดำเนินคดี เพื่อให้การดำเนินงานมีเอกภาพและประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ ศธ.จะส่งแผนผังเส้นทางการเงินที่ได้จัดทำขึ้นให้กับ ศอตช.ด้วย