วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สามทหารเสือ 3.0 ความหวังใหม่ 'คาวบอยส์'?

อาการบาดเจ็บของ โทนี โรโม ควอเตอร์แบ็กคนสำคัญ ในช่วงพรีซีซัน

 ต่อด้วยการแพ้ นิวยอร์ค ไจแอนท์ส ในนัดเปิดฤดูกาล นำไปสู่คำถามที่ว่า นี่อาจเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าผิดหวังสำหรับ “ทีมแห่งอเมริกา” 

แต่เมื่อฤดูกาล 2016 ผ่านไปได้ครึ่งทาง กลับกลายเป็นว่า ดัลลัส คาวบอยส์ คือทีมอันดับหนึ่งของ เอ็นเอฟซี ด้วยสถิติ 6-1 ภายใต้การนำของสองผู้เล่นรุกกี ดัค เพรสคอทท์ ควอเตอร์แบ็กดราฟท์รอบ 4 และ เอเซเกล เอลเลียทท์ รันนิ่งแบ็กดราฟท์รอบแรก 

ด้วยเกมรุกที่รั้งอันดับ 7 ในด้านการทำคะแนน (26.9 แต้ม/เกม) และอันดับ 4 ในเรื่องระยะ (409.9 หลา/เกม) จากคำถามที่ว่า คาวบอยส์ จะไปได้ไกลแค่ไหน เมื่อปราศจาก โรโม ในตอนนี้ แฟนของ คาวบอยส์ อาจอยากรู้ว่าเมื่อ เดซ ไบรอันท์ ปีกนอกคนสำคัญกลับมาฟิตสมบูรณ์ นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของ 3 ประสานยุคใหม่ของทีมหรือไม่?

ออริจินอล ‘ทริปเลทส์’

ย้อนกลับไปยังทศวรรษที่ 90 คาวบอยส์ คือหนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ เอ็นเอฟแอล ด้วยผลงานแชมป์ซูเปอร์โบว์ล 3 สมัยในปี 1992, 1993 และ 1995 ความสำเร็จของ คาวบอยส์ ในช่วงเวลาดังกล่าว เกิดจาก 3 แกนหลักในแนวรุก ทรอย เอคแมน (ควอเตอร์แบ็ก) ไมเคิล เออร์วิน (ปีกนอก) และ เอมมิทท์ สมิธ (รันนิงแบ็ก) ที่ล้วนแต่มีผลงานส่วนตัวในระดับสุดยอด 

เอคแมน เป็นเอ็มวีพี ในซูเปอร์โบว์ล 1 สมัย และมีชื่อติดโพรโบว์ล 6 สมัย เออร์วิน ติดโพรโบว์ล 5 สมัย ส่วน สมิธ เป็นเอ็มวีพี ในซูเปอร์โบว์ล และในฤดูกาลปกติ อย่างละ 1 สมัย และมีชื่อติดโพรโบว์ล ติดต่อกัน 8 ปี แต่สุดท้าย ด้วยปัญหายาเสพติด อาการบาดเจ็บ สังขาร และกฎฟรีเอเจนท์ ยุครุ่งเรืองของ คาวบอยส์ ก็ถึงคราวสิ้นสุดลง

Ver 2.0

ระหว่างปี 2010-2014 แนวรุกของ คาวบอยส์ ถูกนำไปเปรียบเทียบกับยุครุ่งเรืองอีกครั้ง หนนี้ประกอบด้วย โทนี โรโม ควอเตอร์แบ็กดีกรีโพรโบว์ล 4 สมัย ดีมาร์โค เมอร์เรย์ รันนิ่งแบ็กดราฟต์ รอบ 3 ปี 2011 และ เดซ ไบรอันท์ ปีกนอก ดราฟท์ รอบแรกปี 2010 แต่สามประสานชุดนี้ก็มีผลงานดีที่สุด เพียงแค่แชมป์เอ็นเอฟซี ตะวันออกครั้งเดียว ก่อนที่ เมอร์เรย์ จะย้ายไป ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ ในปี 2015 ปิดตำนาน “รุ่น2” ที่มีอายุใช้งานเพียง 4 ปี 

ในช่วงพรีซีซันฤดูกาล 2016 การเลือกดราฟต์ เอเซเกล เอลเลียทท์ ในรอบแรก เพื่ออุดช่องว่างการจากไปของ เมอร์เรย์ ทำให้ผู้คนคาดหวังถึงเวอร์ชันใหม่ของ “ทริปเล็ทส์” ในรูปของ โรโม-เอลเลียทท์-ไบรอันท์ 

กระทั่งอาการบาดเจ็บของ โรโม ในเกมพรีซีซัน จะทำให้หน้าตาของ เวอร์ชัน 3.0 ต่างไปเล็กน้อย... 

เดซ ไบรอันท์

พี่ใหญ่ของ 3 ทหารเสือชุดปัจจุบัน และสมาชิกที่หลงเหลือจากรุ่น 2 ไบรอันท์ ถูกมองข้ามโดย เดนเวอร์ บรองโกส์ ในปี 2010 ด้วยปัญหาพฤติกรรม แต่ คาวบอยส์ ยังเลือกเสี่ยงด้วยการเทรดแลกสิทธิ์กับ นิวอิงแลนด์ เพเทรียทส์ เพื่อเลื่อนขึ้นไปดราฟท์เจ้าตัวเข้าสู่ทีม พร้อมมอบหมายเลข 88 ของ เออร์วิน ตำนานรุ่นพี่ให้ 

ระหว่างฤดูกาล 2012-2014 ไบรอันท์ ถือเป็นปีกนอกคู่ใจของ โรโม ตลอด ด้วยค่าเฉลี่ยเกิน 1 พันหลา โดยเฉพาะการทำ 16 ทัชดาวน์ในปี 2014 ก่อนอาการบาดเจ็บระหว่างฤดูกาล 2015 จะทำให้เจ้าตัวต้องพักยาว ขณะที่ฤดูกาลนี้ ก็เพิ่งได้ลงเล่นไปเพียง 4 นัด แต่หลายคนยังคาดหวังว่า ไบรอันท์ จะเป็นกำลังสำคัญของทีม เมื่อฟิตสมบูรณ์  

เอเซเกล เอลเลียทท์ 

รันนิ่งแบ็กดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในการดราฟต์ฤดูกาลล่าสุด และถูกเลือกโดย คาวบอยส์ เป็นลำดับที่ 4  เอลเลียทท์ ตอบแทนต้นสังกัดด้วยผลงานยอดเยี่ยม ถือบอลทั้งสิ้น 159 ครั้ง ทำระยะไป 799 หลา 5 ทัชดาวน์ ใน7 เกม จนได้รับการยกให้เป็นแคนดิเดทสำหรับรางวัลรุกกีทีมรุกยอดเยี่ยมแห่งปีเรียบร้อย

ดัค เพรสคอทท์

จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายสำหรับสามทหารเสือยุคใหม่ เพรสคอทท์ ไม่ใช่ตัวเลือกแรกของ คาวบอยส์ เมื่อเทียบกับ แพ็กซ์ตัน ลินช์ และ คอนเนอร์ คุก ก่อนถูกเลือกในรอบ 4 เป็นลำดับที่ 135 แต่เจ้าตัวกลับถูกเลื่อนมาเป็นสำรองของ โรโม กะทันหันเพราะ เคลเลน มอร์ กระดูกหน้าแข้งหักตั้งแต่สัปดาห์แรกในช่วงพรีซีซัน ขณะที่ความพยายามเทรด จอช แม็คคาวน์ จาก คลีฟแลนด์ บราวน์ส มาเป็นแบ็คอัพไม่ประสบผล 

และเมื่อ โรโม บาดเจ็บหนักในเกมพรีซีซันกับ ซีแอทเทิล ซีฮอว์คส์ ก็ทำให้ เพรสคอทท์ กลายเป็นควอเตอร์แบ็กรุกกีคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่ได้เป็นตัวจริงในนัดแรกของฤดูกาล

แม้จะเริ่มด้วยความพ่ายแพ้ 19-20 ต่อ ไจแอนท์ส แต่จากนั้น เพรสคอทท์ ก็สวมบทจอมทัพได้ดีเกินวัย จนนำทีมชนะ 6 เกมรวด โดยเฉพาะในเกมล่าสุดที่พบกับ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ ที่มีเกมรับระดับต้นๆของลีก จนเริ่มมีเสียงสนับสนุนให้เจ้าตัวได้ทำหน้าที่จนจบฤดูกาล ต่อให้ โรโม ใกล้หายเจ็บกลับมาก็ตาม   

และเมื่อพิจารณาจากอายุการใช้งานของ โรโม แล้ว เพรสคอทท์ อาจเป็นตัวเลือกในระยะยาว หากเฮดโค้ช เจสัน การ์เร็ตต์ ต้องการวางรากฐานในระยะยาวให้กับ ‘ทีมแห่งอเมริกา’