ชาวนาลังเลที่จะร่วมโครงการรับจำนำยุ้งฉางของรัฐบาล หลังราคาข้าวตกต่ำ มีหลายรายเกี่ยวข้าวแล้วจะเก็บไว้รอจนกว่าราคาข้าวจะอยู่ที่ตันละ15,000บาท
เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 59 เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ในพื้นที่ ต.พลกรัง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบว่า เกษตรกรหลายรายต่างรู้สึกกังวลเกี่ยวกับปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำมากที่สุดในรอบหลายปี
จากการสอบถามนายเจียบ โนนพลกรัง อายุ 75 ปี ชาวนาบ้านพลกรัง หมู่ที่ 6 ต.พลกรัง อ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ปลูกข้าวหอมมะลิไว้จำนวน 10 ไร่ ขณะนี้ข้าวกำลังออกรวงเต็มทุ่ง คาดว่าอีก 1 เดือนจึงพร้อมเก็บเกี่ยว แต่จากสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกขณะนี้มีราคากิโลกรัมละ 7-8 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะตลอดฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี ลงทุนไปไร่ละ 3,000 บาท มีต้นทุนทั้งค่าไถนา ค่าปุ๋ย ค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ และค่ารถเกี่ยวข้าว ซึ่งนาข้าว 10 ไร่นี้ จะได้ข้าวกว่า 6 ตัน หากขายไปแล้วจะไม่ได้ต้นทุนคืน
“ ปีนี้ตัดสินใจว่าจะเก็บข้าวทั้งหมดไว้ในยุ้งฉางก่อน แต่อาจจะแบ่งไปขายบ้างเล็กน้อยเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครัวเรือน ส่วนการที่รัฐบาลเตรียมที่จะใช้มาตรการจำนำยุ้งฉาง ซึ่งมีข่าวว่าจะให้ราคาตันละ 10,000 – 11,000 บาทนั้น ก็ยังถือว่าราคาต่ำ หากรัฐบาลช่วยเหลือให้ได้ราคา ตันละ 15,000 บาท ก็จะพอได้กำไรบ้าง” นายเจียบ กล่าว
ด้านนายสมบัติ โลพันดุง อายุ 65 ปี ชาวนาในหมู่บ้านเดียวกัน กล่าวว่า ปลูกข้าวไว้จำนวน 17 ไร่ ราคาข้าวที่ตกต่ำเกิดขึ้นมานานแล้ว รู้สึกว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ได้ ทำให้หมดหวัง แต่ยังโชคดีที่มีนาเป็นของตนเอง จึงไม่ได้ลงทุนเรื่องการเช่าที่นา ต่างจากเพื่อนบ้านคนอื่นๆนอกจากจะมีค่าปุ๋ย ค่ายาแล้ว บางรายต้องลงทุนจ่ายค่าเช่าที่นาไร่ละ 1,000 บาท
“คิดว่าจะรอดูสถานการณ์ก่อน หากข้าวยังราคาตกต่ำก็จะเก็บข้าวเปลือกไว้ก่อน เนื่องจากหากจะขายก็คงทำใจไม่ได้ ที่จะถูกโรงสีกดราคาข้าวเหลือแค่กิโลกรัมละ 6-7 บาทเท่านั้น ส่วนกรณีที่รัฐบาลมีแนวโน้มจะเปิดโครงการรับจำนำยุ้งฉางนั้น ตอนนี้ไม่สนใจมากนัก ตราบใดที่ราคาข้าวยังไม่ได้ตันละ 15,000 บาท”นายสมบัติ กล่าว




