วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดใจอดีตหัวหน้าแพทย์ผู้ถวายงาน 'ในหลวง ร.9'

เปิดใจอดีตหัวหน้าแพทย์ผู้ถวายงาน "ในหลวง ร.9" ทรงอดทนมากในการฟื้นฟูพระวรกาย เสียงพสกนิกร "ทรงพระเจริญ" ช่วยพระพักตร์แจ่มใส

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิธิบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีคณะแพทย์ พยาบาล บุคลากร และประชาชนทั่วไปร่วมพิธีจำนวนมาก หนึ่งในนั้น คือศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปีพ.ศ. 2550-2554และหัวหน้าคณะแพทย์ผู้ถวายงานครั้งที่เสด็จรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราชในช่วงเวลาดังกล่าว

 บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรระดับน้ำบ่อยครั้ง ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ วัย 66 ปี เล่าถึงความทรงจำที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ขณะเป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีโอกาสรับใช้เบื้องพระบุคลบาท ณ โรงพยาบาลศิริราชพระองค์ทรงมีความห่วงใยประชาชนเป็นอย่างมาก ครั้งที่ทรงประทับรักษาพระวรกาย ณ โรงพยาบาลศิริราช เสด็จทอดพระเนตรระดับน้ำที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นประจำเพราะเป็นช่วงใกล้น้ำท่วม ทรงรับสั่งให้ผมถวายรายงานเกี่ยวกับระดับน้ำเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ทั้งที่น้ำจะท่วมในช่วงเดือนตุลาคม ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกลอย่างมาก

 “ทุกวันผมต้องถวายรายงานเกี่ยวกับระดับน้ำให้พระองค์ท่านทั้งด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษรทำให้ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญในหน่วยงานต่างๆมาร่วมประชุมหารือ เพื่อเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องในการถวายรายงาน บางครั้งทรงรับสั่งถามขณะอยู่ในลิฟต์ว่า ระดับน้ำเป็นอย่างไรบ้าง น้ำขึ้นมาเท่าไหร่ บริเวณปากน้ำระดับเท่าไหร่ ซึ่งพวกผมก็ต้องถวายรายงานข้อมูลได้ทันที แม้อยู่ในช่วงเวลาฟื้นฟูพระวรกายก็ทรงงานเสมอ”ศ. คลินิก นพ.ธีรวัฒน์เล่าด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

 ศ.คลินิก นพ. ธีรวัฒน์ บอกว่า ห้องทรงงานของพระองค์อยู่ใกล้กับห้องผู้ป่วย ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถทอดพระเนตรฝั่งพระนครได้ทั้งหมด เป็นห้องโล่งกว้าง มีโต๊ะทรงงานและพระเก้าอี้ เมื่อพระสุขภาพดีขึ้นเสด็จห้องทรงงานบ่อยครั้งหลังจากเสวย และในบางครั้งก็เสด็จบริเวณดาดฟ้าอาคารเฉลิมพระเกียรติทอดพระเนตรโดยรอบโรงพยาบาลศิริราช ทำให้ทรงเห็นการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่นและคับคั่งของฝั่งธนบุรี ทรงรับสั่งถามเกี่ยวกับการจราจรทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล รวมถึง ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการที่ศิริราช ซึ่งมีกว่า 1 แสนคน เฉพาะผู้ป่วยก็กว่า 1 หมื่นคน ส่งผลให้การจราจรค่อนข้างวุ่นวายมาก จึงทรงรับสั่งจะแก้ปัญหาจราจรฝั่งธนบุรี

“การเสด็จดาดฟ้า นำมาซึ่งพระราชดำริแก้ปัญหาการจราจรรอบโรงพยาบาลศิริราช โดยทรงกางแผนที่และทรงชี้ว่าควรก่อสร้างถนนอย่างไร กลายเป็นถนนลอยฟ้าฝั่งธนบุรี การปรับปรุงสะพานอรุณอมรินทร์ และอนาคตจะมีรถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาที่สถานีศูนย์การแพทย์สยามินทร์ ศิริราช”ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์กล่าว

การตามรอยพระยุคลบาทในแง่ทางการแพทย์ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่าพระองค์ทรงอดทนอย่างมากในการฟื้นฟูพระวรกาย หลังพระประชวร ซึ่งผู้สูงวัยที่เจ็บป่วยจะมีความยากลำบากมากในการเดิน การลุกนั่ง แต่พระองค์ทรงอดทน และเมื่อการฟื้นฟูดีขึ้นทรงขี่จักรยานเพื่อฟื้นฟูด้วย

ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ เล่าอีกว่า การรักษาและพักฟื้นของผู้ป่วยนั้นกำลังใจสำคัญเป็นอย่างมากการที่ประชาชนมาถวายกำลังใจทั้งการถวายดอกไม้และเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ทรงได้ยินตลอดพระพักตร์แจ่มใสขึ้น นอกจากนี้ เหล่าคณะแพทย์ได้จัดหาการแสดงมาให้ทรงทอดพระเนตรเพื่อให้ทรงพระเกษมสำราญขณะพักฟื้น อย่างเช่น ช่วงตรุษจีนก็จะนำคณะนักแสดงจากจ.นครสวรรค์มาแสดงต่อหน้าพระพักตร์ หรือจัดแสดงคอนเสิร์ตให้ทรงทอดพระเนตร ทรงรับสั่ง “ขอบใจนะเพลงเพราะดี”

ครั้งหนึ่งที่เสด็จลงเพื่อสักการะพระราชานุสาวรีย์พระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เดิมทีนั้นคณะแพทย์เตรียมให้เสด็จบริเวณวงแคบ แต่พระองค์รับสั่งให้ไปวงใหญ่ เพราะทรงเห็นว่ามีประชาชนรอเฝ้ารับเสด็จอยู่บริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก

“วันนึงที่ผมและคณะแพทย์เข้าเฝ้าประมาณ 3-4 คน ซึ่งช่วงนั้นทรงทราบว่ามีปัญหาคนไข้ฟ้องแพทย์มากขึ้น ทรงรับสั่งว่า ให้พวกเราอ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดีอย่าไปดูถูกใคร ให้เกียรติต่อทุกคน ไมตริจิตก็จะเกิดขึ้น ผมได้น้อมน้ำมาถ่ายทอดต่อบุคลากรศิริราช และทุกคนสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้” ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม