เป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งปีแล้ว ที่เราไม่ได้เห็น “พญาเสือ” ออกล่าเหยื่อบนสนามกอล์ฟ
หนสุดท้ายที่ ไทเกอร์ วูดส์ ลงแข่งขัน ต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ในรายการ วินด์แฮม แชมเปียนชิพ แม้สภาพไม่สมบูรณ์ 100% แต่ยังจบในอันดับ 10 ร่วม ด้วยสกอร์ 13 อันเดอร์ ตามหลังผู้ชนะเพียง 4 สโตรก
นับแต่นั้น วูดส์ ก็ใช้เวลาไปกับการพักฟื้นอาการบาดเจ็บแผ่นหลังเรื้อรัง จนต้องเข้ารับการผ่าตัดถึงสามครั้ง ในเวลาห่างกันเพียง 19 เดือน จนต้องประกาศถอนตัวจาก เดอะมาสเตอร์ส หนล่าสุด นั่นทำให้ฤดูกาล 2016 เป็นครั้งแรกที่ “พญาเสือ” พลาดไม่ได้เข้าร่วมในกอล์ฟเมเจอร์แม้แต่รายการเดียว นับแต่เทิร์นโปร
แต่วงการกอล์ฟยังคาดหวังว่าเจ้าตัวจะกลับมาลงสนามอีกครั้ง ในรายการแรกของฤดูกาลใหม่ ในศึก เซฟเวย์ โอเพน ที่ แคลิฟอร์เนีย สุดสัปดาห์นี้ ตามด้วย เตอร์กิช แอร์ไลน์ส โอเพน ในเดือน พ.ย. แต่แล้ว วูดส์ ก็ตัดสินใจประกาศไม่เข้าร่วม โดยให้เหตุผลว่ายังไม่พร้อม
“สุขภาพของผมแข็งแรงดี แต่ผมยังเล่นกอล์ฟได้ไม่ถึงระดับที่ควรเป็น”
ไทเกอร์ วูดส์ เอฟเฟกต์
เพราะอะไร การกลับมาของ ไทเกอร์ วูดส์ จึงมีความหมายกับวงการกอล์ฟขนาดนี้?
คำถามย้อนกลับคือ อะไรจะเกิดขึ้นกับวงการกอล์ฟในปัจจุบัน หาก เอิร์ล วูดส์ ไม่ยื่นอุปกรณ์กอล์ฟให้กับลูกชาย เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว?
ดาร์เรน คลาร์ก กัปตันทีมยุโรปในไรเดอร์ คัพ ผู้เป็นทั้ง เพื่อน รุ่นพี่ และคู่แข่งในสนาม ของ “พญาเสือ” อธิบายว่าก่อนการมาถึงของ วูดส์ กอล์ฟ มีพัฒนาการช้ากว่ากีฬาประเภทอื่น ทั้งในเชิงธุรกิจ อุปกรณ์ รวมถึงวิทยาศาสตร์การกีฬา
“การที่เขาเล่นได้ดี และสม่ำเสมอ ทำให้ทุกคนอยากรู้ว่าเขาทำยังไง” คลาร์ก กล่าว “ปัจจุบัน สภาพความฟิตกลายเป็นส่วนสำคัญของกอล์ฟ และ ไทเกอร์ คือคนที่บุกเบิกสิ่งนี้”
หลังการเทิร์นโปรของ วูดส์ เมื่อยี่สิบปีก่อน พีจีเอ ทัวร์ ทำรายได้เกินหลัก 100 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนขยับเป็น 292 ล้านดอลลาร์ ในปี 2008 หนสุดท้ายที่ วูดส์ ได้แชมป์เมเจอร์ เช่นเดียวกับยอดเงินรางวัลที่เพิ่มขึ้นถึง 9.3%
“พูดง่ายๆคือ ไทเกอร์ ช่วยให้นักกอล์ฟทุกคนได้เงินรางวัลเพิ่มเป็นเท่าตัว หลายคนกลายเป็นมหาเศรษฐี” โรเจอร์ ไพค์ จูเนียร์ นักวิเคราะห์การเมืองและสังคมชาวอเมริกัน ซึ่งศึกษาปรากฎการณ์ “ไทเกอร์ วูดส์ เอฟเฟกต์” อธิบาย
ซูเปอร์ฮีโร
ขณะที่ วูดส์ ช่วยให้นักกอล์ฟหลายคนเป็นมหาเศรษฐี การครองความยิ่งใหญ่นานกว่าทศวรรษก็ทำให้โปรฝีมือจำนวนมากไปไม่ถึงฝั่งฝัน
โคลิน มอนต์โกเมอรี ย้ำว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตนไม่เคยได้สัมผัสแชมป์เมเจอร์ คือการอยู่ร่วมยุคกับ “พญาเสือ” ขณะที่ เซอร์จิโอ การ์เซีย แทบกลายเป็นนักกอล์ฟธรรมดา เมื่อต้องขับเคี่ยวกับ “ตำนานที่ยังมีชีวิต”
ในโลกของกีฬากอล์ฟ วูดส์ ไม่ต่างอะไรกับซูเปอร์ฮีโร และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ตบเท้าเข้าสู่วงการกอล์ฟ จนกลายเป็นกีฬายอดฮิตอย่างในปัจจุบัน ทั้ง รอรี แม็คอิลรอย, จอร์แดน สปีธ, เจสัน เดย์ หรือ มาร์ติน คายเมอร์
“ผมไม่คิดว่าจะมีใครทำได้แบบ ไทเกอร์ วูดส์ อีก สำหรับสิ่งที่เขามอบให้กีฬาชนิดนี้” แม็คอิลรอย เจ้าของแชมป์เมเจอร์ 4 รายการ กล่าว
ปีกหัก
บทสรุปความเป็นสุดยอดนักกอล์ฟของ วูดส์ คือการคว้าแชมป์ ยูเอส โอเพน ในปี 2008 ในสภาพที่ขาหัก แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่าจากนั้น นักกอล์ฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จะไม่ได้สัมผัสแชมป์เมเจอร์อีกเลยจนปัจจุบัน
การเสียแชมป์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ ปีถัดมา ให้กับ ยาง ยอง อึน ทั้งที่เป็นผู้นำใน 3 วันแรก คือสัญญาณเบื้องต้นที่เตือนว่า วูดส์ ไม่ได้ไร้เทียมทานเสมอไป
กอปรกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ในคืนวันขอบคุณพระเจ้า ปัญหาการหย่าร้าง และสภาพร่างกายที่ไม่เหมือนเดิม ไทเกอร์ วูดส์ คนปัจจุบัน จึงไม่ใช่ “พญาเสือ” ที่เราเคยรู้จัก
การฝึกฝนอย่างหนักในแบบนักกีฬา คือเคล็ดลับในความสำเร็จของ วูดส์ แต่อายุที่มากขึ้นก็กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ และการต้องผ่าตัดแผ่นหลังถึง 3 หนในช่วงห่างกันไม่ถึง 2 ปี ก็ทำให้ราชาผู้รั้งตำแหน่งมือหนึ่งโลกนานถึง 623 สัปดาห์ และคว้าแชมป์เมเจอร์ 14 รายการ ตกลงมาเป็นมือ 786 ของโลกในปัจจุบัน
มาร์ติน คายเมอร์ แชมป์พีจีเอ แชมเปียนชิพ และ ยูเอส โอเพน วิเคราะห์ว่าปัญหาของ “พญาเสือ” ในเวลานี้ คงไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย แต่น่าจะเป็นสภาพจิตใจมากกว่า “เรารู้ว่าเขาจะกลับมาเป็นแชมป์ได้ ผมว่ามันเป็นเรื่องสภาพจิตใจมากกว่า เขาต้องอดทน และไม่รีบร้อนจนเกินไป”
คริส วูด หนึ่งในสมาชิกของทีมยุโรปใน ไรเดอร์ คัพ ก็ยังมั่นใจว่าอดีตมือหนึ่งโลก จะยังไม่ยุติเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ไว้เพียงแค่นี้ “ในฐานะแฟนกอล์ฟ ผมเสียดายที่เขาถอนตัวจาก เซฟเวย์ เพราะเขาเป็นฮีโร่ของผม ผมเพิ่งอายุ 10 ขวบ ตอนเขาได้แชมป์มาสเตอร์ส”
“เขาไม่ควรปิดตำนานแบบนี้ เขาควรจะอำลาวงการอย่างสง่างาม เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เพราะนั่นคือสิ่งที่คู่ควรกับเขา”





