วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร้องเรียนอบจ.นครศรีฯ สร้างอาคารไม่แล้วเสร็จทิ้งร้าง

สหกรณ์ชื่อดัง ร้องเรียนกรณี อบจ.นครศรีธรรมราช นำเงินของสหกรณ์กรรวม3.3ล้าน ใช้โครงการก่อสร้างแล้วถูกทิ้งซากร้างกว่า2ปี

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในท้องที่ ต.ละอาย อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ว่า มีอาคารที่ถูกสร้างโดยโครงการของ อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งสร้างไม่แล้วเสร็จ ถูกทิ้งร้างอยู่ในสภาพทรุดโทรม และเริ่มส่งผลต่อวัสดุ เนื่องจากอยู่กลางฝนมากว่า 2 ปี ต้องเสียงบประมาณหลายล้านบาท แต่ไม่สามารถใช้การได้

เมื่อเข้าตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อาคารหลังดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณหลังที่ทำการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนศูนย์กลางละอาย จำกัด เลขที่ 32 หมู่ที่ 8 ต.ละอาย อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช และเมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ที่เป็นผู้จัดเจ้าของโครงการก่อสร้างอาคารและผู้ซื้อจัดจ้างคือองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช และมีผู้รับจ้างคือ หจก.ศิริวิทย์การช่าง ซึ่งเป็นอาคารเอนกประสงค์ประจำตำบลละอาย ในพื้นที่ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนศูนย์กลางละอาย จำกัด ตำบลละอาย อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้เริ่มสัญญาก่อสร้างเมื่อเดือนมกราคม 2557 และสิ้นสุดสัญญาในเดือนมกราคม 2558 จนถึงกำหนด โครงการสร้างไม่แล้วเสร็จ และถูกทิ้งในสภาพเช่นนี้มาแล้วกว่า 2 ปี จนสภาพโครงสร้างและแผ่นพื้นชั้นสอง เริ่มชำรุดทรุดโทรมจากสภาพฝนฟ้าอากาศ

นายเสรี จิตจำ ประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนศูนย์กลางละอาย จำกัด ระบุว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เมื่อปี 2557 โดยมีข้อตกลงร่วมกันในการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ ซึ่งสหกรณ์ต้องสมทบเงินไปรวม 3.3 ล้านบาท ขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ตั้งงบประมาณในข้อบัญญัติ 5 ล้านบาท มีข้อแม้ว่าโครงการนี้ อบจ.นครศรีธรรมราช จะต้องเป็นเจ้าของโครงการและเป็นผู้ดำเนินการว่าจ้าง แต่เมื่อมีการว่าจ้างปรากฏว่า ได้ใช้จ่ายเงินในส่วนของสหกรณ์ที่สมทบไปแล้ว กลับยุติโครงการก่อสร้างจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากเงินที่ลงสมทบไปนั้น เป็นเงินของประชาชนทั้งหมด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเกี่ยงความรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการทวงถามไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสนั่น ศิลารัตน์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช รักษาการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ทำหนังสือแจ้งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พร้อมบอกว่ายังไม่ได้บอกเลิกสัญญาจ้างกับผู้รับจ้างสหกรณ์ จึงยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ ขณะที่ข้อมูลระยะเวลาสัญญาจ้างโครงการนั้น ได้หมดไปตั้งแต่มกราคม 2558 ไปแล้ว ซึ่งยังไม่มีผู้ใดแสดงความรับผิดชอบต่อโครงการนี้