ตำรวจตรังตั้งด่านตรวจเข้มป้องกันระเบิด หลังการข่าวแจ้งเตือน เฝ้าระวังเหตุระเบิดในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนอีกครั้ง
พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง รับผิดชอบงานป้องกันและปราบปราม ลงพื้นที่ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในการตั้งด่านตรวจเข้มเส้นทางเชื่อมต่อ ระหว่างจังหวัดตรัง – สตูล และพัทลุง หลังการข่าวมีการแจ้งเตือนเกี่ยวกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่อาจจะเข้ามาก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน โดยตำรวจภูธร ภาค 8 และภาค 9 ได้มีคำสั่งด่วนที่สุดให้ทุกหน่วย เพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และใช้มาตรการเชิกรุกในการปฏิบัติ
ทั้งนี้ มีการนำประกาศข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ที่หายไป ซึ่งคาดว่าคนร้ายอาจจะนำมาทำเป็นระเบิดคาร์บอม ในพื้นที่จังหวัดสงขลา หรืออาจจะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนบน ดังที่เคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้วใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เมื่อวันที่ 11 – 12 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเน้นการตรวจค้นอาวุธทุกชนิด ยาเสพติด รวมทั้งรถต้องสงสัยทุกชนิด ทั้งยี่ห้อ รุ่น ที่มีทะเบียนและไม่มีป้ายทะเบียน หรือป้ายทะเบียนปลอม รวมทั้งรถที่มีการแจ้งหายไปจากทุกพื้นที่และรถที่แจ้งหายในพื้นที่ 3 จังหวัด โดยจะต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษรถยนต์ที่มีผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร ที่มาจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องตรวจใบอนุญาตขับขี่ บัตรประชาชน โดยต้องตรวจค้นอย่างละเอียดทั้งรถ และตัวบุคคล เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุซ้ำในพื้นที่
โดย พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรังกล่าวว่า หลังการข่าวมีการแจ้งเตือน ทางตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ซี่งมีการตั้งด่านพิทักษ์เมืองทั้งกลางวันและกลางคืนอยู่แล้ว แต่ได้เน้นย้ำวิธีการทำงานแก่เจ้าหน้าที่ ให้ช่วยกันตรวจสอบรถต้องสงสัยและคนต้องสงสัยอย่างละเอียดเพิ่มขึ้น โดยการทำงานเน้นทั้ง 3 วิธี คือ 1. การตั้งด่านตรวจค้น 2. การอบรมให้ความรู้ประชาชน เกี่ยวกับการสอดส่องวัตถุระเบิด บุคคล รวมทั้งช่องทางการแจ้งข่าวไปยังเจ้าหน้าที่ และ 3. การตรวจค้นในพื้นที่เสี่ยงที่คาดว่าอาจเป็นแหล่งหลบซ่อนของคนร้ายด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีเหตุการณ์คนร้ายจำนวน 4 คน ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ตลาดเซ็นเตอร์พ้อยส์ ทำให้มีคนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 7 คน และเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง เผาห้างลีมาร์ท ซุปเปอร์ค้าส่ง ถนนสถานีรถไฟ เมื่อวันที่11 – 12สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนสอบสวนและจับกุมคนร้ายได้เพียง1คน เท่านั้น คือ นายอับดุลกาเดย์สาแล๊ะชาว จ.ปัตตานี ซึ่งขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ส่วนพวกที่เหลืออีก3คน เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบเบาะแส จึงเกรงว่าคนร้ายที่เหลือจะย้อนกลับมาแก้แค้น หรือก่อเหตุซ้ำ จากการข่าวแจ้งเตือนของเจ้าหน้าที่ จึงมีการเฝ้าระวังพื้นที่เข้มมากขึ้น




