เปิดแผนช่วยคนกรุง! "ผู้ว่าฯอยุธยา" สั่งผันน้ำเข้าทุ่ง-ชาวเสนารวมตัวขู่ประท้วง พร้อมสะอื้นลอยเรือรับของแจก
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 4 ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นท์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยมีชลประทานจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมประชุม
นายสุจิตร์ได้เน้นให้มีการระบายน้ำใน 3 วันนี้เข้าสองทุ่งหลักคือที่ทุ่งป่าโมก ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งมีเกษตรกรทำนาเสียสละพื้นที่รับน้ำ 50 ไร่ จะรองรับน้ำได้ 800 ล้านลบ.ม. ซึ่งจะมีการปล่อยน้ำเข้าไปวันละ 7 ล้านลบ.ม. ซึ่งขณะนี้เริ่มเข้าไปแล้ว และผู้เสียสละในพื้นที่ 50 ไร่นี้ ครม.จะพิจารณาจ่ายค่าชดเชยให้มากกว่าพื้นที่มีการปล่อยน้ำระบายเข้าไปโดยความจำเป็นหรือตามปกติ โดยจะได้ไร่ละ 5 พันบาท
และภายในเวลา 3 วันจะระบายน้ำเข้าทุ่งผักไห่ ซึ่งพบว่ายังมีนาข้าวที่ยังไม่เกี่ยวอีก 2,900 ไร่ โดยชลประทานจะพิจารณาระบายเข้าไปภายใน 11 ต.ค.นี้ ลดผลกระทบให้กับพื้นที่ใน อ.บางบาล ซึ่งทางเกษตรอำเภอจะต้องเร่งเข้าไปทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้รีบเกี่ยวข้าวที่เหลือ และเหลือที่ต้องถูกน้ำท่วมเท่าไหร่ ก็ให้เข้าสู่การพิจารณาให้การช่วยเหลือตามความเป็นจริง ซึ่งหากในวันที่ 15-20 ตคนี้ไม่มีฝนตกก็จะทำให้ระดับน้ำลดลงสู่ภาวะปกติได้
ส่วนที่ อ.เสนา ได้มีตัวแทนชาวบ้านกว่า 200 คน มารวมตัวที่ทำการอำเภอเสนาเพื่อขอให้ทางชลประทานกรณีเปิดประตูระบายน้ำเข้าทุ่งนา ซึ่งในที่สุดได้ข้อสรุป คือ 1.ประตูน้ำเจ้าเจ็ด จะค่อยๆขยับเปิดบานกระจายน้ำเข้าทุ่งเจ้าเจ็ด ในวันที่20ต.ค.59เป็นต้นไป ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว อาจเหลือบางส่วน ซึ่งสามารถยอมรับสภาพได้ 2.ชลประทานจังหวัด จะตรวจสอบการระบายน้ำจากตอนบน ผ่านทางโครงการยางมณี โครงการผักไห่ สามารถลดการระบายลงมาบางส่วน หรือออกทางแม่น้ำท่าจีนให้มากขึ้น ได้หรือไม่ เพื่อจะได้เปิดประตูน้ำเจ้าเจ็ดบางส่วน
โดยให้คลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน ยังคงรับการระบายอยู่ประมาณ100ลบ.ม./วินาทีเท่าเดิม ซึ่งจะไม่กระทบกับนาข้าวทุ่งเจ้าเจ็ด (ชาวบ้านขอให้เปิดประตูขนมจีน จากแม่น้ำน้อยเข้าทุ่งเจ้าเจ็ด เพิ่มเติม ซึ่งชลประทานจะตรวจสอบการระบายออกกับรับน้ำเข้าให้สมดุลกันต่อไป 3.จะเริ่มการระบายน้ำเข้าทุ่งป่าโมก ที่อยู่เหนือชุมชนที่ร้องเรียน ในวันจันทร์ที่10ต.ค.59เป็นต้นไป ตามที่ได้มีการประชาคมแล้ว
แต่ในทางปฏิบัติได้เปิดประตูน้ำคลองตานึ่ง ประตูน้ำวัดใบบัว รับน้ำบางส่วนเข้าไปในทุ่งป่าโมกแล้ว ระดับน้ำสูงกว่าดินเดิมเฉลี่ย50ซม.ในวันจันทร์จะเปิดประตูน้ำกุฎี และประตูน้ำบางกุ้งเพิ่มเติมสำหรับทุ่งบ้านแพน พื้นที่ 6,011ไร่ ได้เปิดกระจายน้ำเข้าพื้นที่ ระดับน้ำสูงกว่าดินเดิมเฉลี่ย0.50-1.00เมตร เต็มพื้นที่แล้วซึ่งชาวบ้านเข้าใจและแยกย้ายกลับในที่สุด
จากนั้นในวันเดียวกัน นายสุจินต์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางไปยังตลาดท่าเรือ เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำ พบว่าน้ำท่วมเข้าบริเวณผิวการจราจรใต้สะพานจักรี ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก โดยท่วมสูง 50 ซ.ม. แต่ยังไม่ปิดการจราจรรถเล็กยังสามารถวิ่งได้ ทางเทศบาลได้เพิ่มแนวกระสอบทราย และเพิ่มเครื่องสูบน้ำออก
นายวิทิต ปิ่นนิกร นอภ.ท่าเรือ ยืนยันว่ายังไม่ถึงขั้นวิกฤต และขณะนี้พบว่ามีผู้ป่วยโรคน้ำกัดเท่ามาก นางศศิธร ปิ่นนิกร นายกกิ่งกาชาดท่าเรือร่วมกับสาธารณสุขอำเภอลงไปช่วยเหลือแล้ว
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 9 ต.ค ที่บริเวณลานเอนกประสงค์หลังหมู่ที่ 7 ต.รางจระเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พล.อ.ต.แอร์บูล สุทธิวรรณ รองผบช.สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพอากาศ นางบังอร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี พร้อมด้วยนักศึกษาหลักสูตรนักบริหารการงบประมาณ ระดับสูง (นงส) รุ่นที่ 3 พร้อมด้วยนายวิเชียร อเนกลาภ สจ.พระนครศรีอยุธยา เขตเสนา และนายพงษกร มงคลหมู่ นายกอบต.รางจระเข้ เดินทางมามอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หมู่ที่ 5-7 ต.รางจระเข้ จำนวน 300 ราย
โดยพบว่าผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ต้องพายเรือออกมาจากบ้านเพื่อรับถุงยังชีพ ซึ่งแต่ละบ้านยังต้องนำเด็กและคนชรา รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลอยเรือมาด้วย เนื่องจากไม่มีใครอยู่บ้าน โดยระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ท่วมบ้านยังคงสูงขึ้น ส่วนใหญ่เหลืออีกประมาณ 50 ซ.ม.ถึงพื้นบ้าน โดยนายพงษกร เปิดเผยว่าต.รางจระเข้มี 7 หมู่บ้านท่วมทุกหมู่ มีประชาชนเดือดร้อน 700 ครอบครัว จำนวน 2 พันคน
ด้านเกษตรกรทำนาในพื้นที่ ม.2 -5 ต.มารวิชัย และ ม. 5 ต.ชายนา อ.เสนา ได้เร่งเกี่ยวข้าว ทั้งที่ข้าวในนาส่วนใหญ่ยังเขียว ทั้งนี้เนื่องจากมีน้ำฝนท่วมนาและยังมีข่าวการระบายน้ำเข้าทุ่ง เกรงว่าจะเก็บเกี่ยวไม่ทันจึงต้องรีบเก็บเกี่ยวโดยเร็ว ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่เกรงว่าข้าวจะไม่ได้ราคาเนื่องจากความชื้นสูงมาก แต่ส่วนใหญ่บอกจะเร่งเก็บเกี่ยวเพื่อให้น้ำเข้าทุ่งนา ได้แค่ไหนแค่นั้น





