วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พบนร.5รายต้องเยียวยาจิต เหตุเพื่อนเสียชีวิตจยย.บอมบ์

ศูนย์สุขภาพจิตพบนักเรียน 5 รายต้องเยียวยาจิต หลังเพื่อนนักเรียนเสียชีวิต เหตุจยย.บอมบ์หน้าโรงเรียน

เมื่อเวลา10.30 น. วันที่ 7 ต.ค. 59 ที่อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนบ้านตาบา ม.1 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส นายสุรพร พร้อมมูล รอง ผวจ.นราธิวาส นางไขแสง ศักดา นายกเหล่ากาชาด จ.นราธิวาส แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่12 ได้นำทีมนักจิตวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญ เรื่องระบบการดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็ก ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ร่วมเดินทางจัดกิจกรรมเยียวยาจิตใจคณะครูและนักเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จยย.บอมบ์ที่บริเวณร้านค้าตรงข้ามทางเข้าประตูโรงเรียน เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 ที่ผ่านมาทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 3 คน และได้รับบาดเจ็บ 8 คน 1 ในนั้น คือด.ญ.มิตรา เวาะบะ อายุ 5 ปี

ซึ่งการประเมินสุขภาพจิต และเยียวยาจิตใจคณะครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านตาบา ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 59 ที่ผ่านมา ได้คัดกรองนักเรียน จำนวน 523 คน จากยอดรวมทั้งสิ้น 534 คน โดยแยกเป็นกลุ่มอายุ พบว่า เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อสภาพจิตใจ จำนวน 5 คน ล้วนแล้วต้องเร่งทำการฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างเร่งด่วนและจริงจัง

ซึ่ง 2 ราย อยู่ชั้นอนุบาลอายุไม่เกิน 5 ขวบ โดยคนแรกมีอาการร้องไห้โยเยในช่วงเช้าก่อนไปโรงเรียน เพราะกลัวสถานที่เกิดเหตุตรงประตูรั้ว อีก 1 ราย มีอาการร้องไห้โยเยก่อนมาโรงเรียนเช่นกัน เนื่องจากมารดาได้โดนสะเก็ดระเบิด ตอนมาส่งน้องเข้าโรงเรียน เด็กจึงไม่ต้องการให้มารดาโดนระเบิดซ้ำ ส่วนอีก 3 ราย อายุระหว่าง 6 ปี ถึง 12 ปี โดยรายแรกเป็นนักเรียนชั้น ป.5 ไม่กล้ามาโรงเรียน นอนไม่หลับในช่วงสัปดาห์แรกหลังเกิดเหตุ เนื่องจากเคยเล่นกับ ด.ญ.มิตรา เวาะบะ ที่เสียชีวิต เพราะบ้านอยู่ติดกันและคิดถึงน้อง ส่วนคณะครูทั้ง 45 คน ไม่พบมีปัญหาทางสุขภาพจิต

อย่างไรก็ตามในวันนี้ถือว่าครบ 1 เดือนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ทางศูนย์สุขภาพจิตที่12 จึงได้มีการคัดกรองซ้ำและประเมินสุขภาพจิตใจเด็กทั้ง 5 ราย ว่าอาการได้ทุเลาลงไปด้วยดีหรือไม่ หลังจากที่การรักษาด้านสุขภาพจิตด้วยวิธีง่ายๆ คือจะให้คุณครูและเพื่อนร่วมห้อง เดินทางไปเยี่ยมที่บ้านให้บ่อยครั้งขึ้น ทำให้เด็กทั้ง 5 คน มีสภาพจิตใจที่เริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในช่วงปิดเทอมนี้ หากคณะครูและเพื่อนนักเรียน ใช้เวลาว่างเดินทางไปเยี่ยมบ่อยครั้งขึ้น เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาสภาพจิตใจ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ และเมื่อครบ 3 เดือน ทางคณะทางศูนย์สุขภาพจิตที่12 จะมาทำการประเมินอีกครั้ง หากพบว่าอาการเด็กทั้ง 5 คน ไม่ดีขึ้นก็จะทำการส่งรักษาต่อแพทย์และผู้เชี่ยวชาญต่อไป