วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กระบะพุ่งชนจยย.สาวเซเว่น กลางแยกไฟแดงเจ็บ 2 ราย

กระบะพุ่งชนจยย.สาวเซเว่น กับญาติ กลางสี่แยกสัญญาณไฟถนนเลี่ยงเมืองลพบุรี เจ็บสาหัสหมดสติทั้ง 2 ราย ส่วนรถกระบะหลังก่อเหตุปิดไฟหน้ารถขับหลบหนี

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าหิน จังหวัดลพบุรี รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ บริเวณกลางแยกโพธิ์เก้าต้นสัญญาณไฟถนนบายพาสเลี่ยงเมืองลพบุรี ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 10 หมู่ที่ 7 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมืองลพบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสหมดสติจำนวน 2 ราย จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมกับรถกู้ชีพโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช นำเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย

โดยพบร่างผู้บาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน จึงทำการช่วยเหลือนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ทราบชื่อนางสาวเกวลิน พูนดา อายุ 20 ปี แต่งกายในชุดพนักงานร้านเซเว่น ส่วนผู้ชายอยู่ในชุดชาวบ้านยังไม่ทราบชื่อ

ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บยี่ห้อฮอนด้าเวฟไอสีแดงดำ ทะเบียน 1กง 6553 ลพบุรี สภาพช่วงหน้ารถถูกชนเสียหายไปครึ่งคัน เครื่องยนต์แตกมีน้ำมันเครื่องไหลนองถนน ส่วนรถคู่กรณีทราบจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีโก้สีดำ ไม่ทราบทะเบียน หลังก่อเหตุผู้ขับขี่ไม่ยอมจอดรถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ขับหลบหนีไปอย่างเร็วแถมยังปิดไฟหน้ารถวิ่งไปอีกด้วย

เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ นายหนึ่ง ที่จอดรถประจำจุดใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าว่า รถกระบะคันดังกล่าวได้ขับมาจากอำเภอท่าวุ้ง แต่พอมาถึงจุดแยกสัญญาณไฟ ซึ่งช่วงนั้นเป็นเวลาไฟเขียวแดงเลิกทำงานแล้ว แต่จะเป็นสัญญาณไฟ เหลือง กับแดง กระพลิบเตือน ปรากฏว่ารถกระบะขับมาด้วยความเร็ว ส่วนรถจักรยานยนต์วิ่งทางถนนลพบุรี-บ้านแพรก มุ่งหน้าตำบลตะลุง ตัดเส้นทางกันมีผู้ชายเป็นคนขี่ ส่วนนางสาวเกวลิน นั่งซ้อนท้าย คาดว่าก่อนหน้าผู้ชาย ซึ่งเป็นญาติไปรับนางสาวเกวริน ที่ร้านเซเว่นแห่งหนึ่งในตัวเมือง และกำลังขี่กลับบ้าน แต่พอมาถึงทางแยกต่างฝ่ายไม่ทันระวังทำให้ถูกรถกระบะพุ่งชนอย่างแรงทั้ง 2 คน กระเด็นหมดสติ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ พยายามขับรถไล่ติดตามรถกระบะคันก่อเหตุไปแต่ไม่ทัน

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้นำรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บไปเก็บไว้ที่โรงพัก ส่วนรถกระบะเดี๋ยวทางตำรวจจะตรวจสอบดูจากกล้องที่ติดตั้งไว้ทางแยก จุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจหาดูทะเบียนรถว่าเป็นของใคร จากนั้นจะได้เรียกตัวเจ้าของรถมาสอบสวนปากคำเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป