ครูสาวอุบลฯ วอนสื่อประสานตร. จับแก๊งวัยรุ่นปาหิน หลังเกิดเหตุมีผู้อ้างตัวเป็นตร. จะพาผู้ก่อเหตุไกล่เกลี่ยแต่เงียบ แถมขออย่าแจ้งความ
จากกรณีที่ มีผู้ใช้เฟสบุคชื่อ ชาคริต ทีนามาก โพสต์ภาพความเสียหายของรถยนต์พร้อมบรรยายภาพว่า “ผมจะทำงั้ยกับพวกเดนนรกนี้ ถ้าผมโชคร้าย ดีที่พวกมันปาก้อนหินบรรจุขวดเข้าโดนกระจกหน้ารถหล่ะ ผมไม่รถคว่ำตายหรอ โชคยังดีพลาดไปโดนประตูรถ มาแจ้งความเพิ่มเติมนะครับเจอตัวเเล้ว ใครที่โดนปาหินที่เนินสมบูรณ์เดชอุดม พรุ่งนี้ 9โมงเช้าเอามันให้ถึงที่สุด ” ในคอมเม้นท์ ระบุที่เกิดเหตุอยู่ถนน เดชอุดม - น้ำยืน ช่วงระหว่างบ้านโนนสมบูรณ์ก่อนถึงรอยต่อเขตอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี
หลังจากที่มีการโพสต์ข้อความ ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อเจ้าของเฟสบุ๊ค เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจนพบ นางพิกุล วงศ์พุทธะ อายุ 35ปี ครูประจำศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) แห่งหนึ่ง (เดชอุดม) ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า วันที่เกิดเหตุอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. คืนวันที่17ก.ย.59 ตนเองและแฟน นายชาคริต ทีนามาก เจ้าของเฟสบุ๊ค ได้กลับจากทำธุระโดยใช้เส้นทาง เดชอุดม - น้ำยืน โดยตนเองเป็นคนขับ นายชาคริตเป็นตนนั่งข้าง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านโนนสมบูรณ์ ต.โนนสมบูรณ์ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ4-5คน ยื่นอยู่ข้างทาง หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นถือวัตถุลักษณะคล้ายขวดหรือก้อนหินอยู่ในมือเมื่อตนขับรถใกล้จะถึงกลุ่มวัยรุ่น คนที่ถือวัตถุที่คล้ายขวดหรือหินนั้นก็ปาเข้าใส่หน้ารถ แต่ด้วยรถวิ่งด้วยความเร็วขวดที่บรรจุหินจึงไปโดนบริเวณประตูด้านข้างทางซ้าย ประตูรถได้รับความเสียหาย โชคดีที่ไม่โดนกระจกหน้ารถเพราะหากโดนกระจกหน้ารถก็ไม่รู้ว่าแฟนจะยังมีชีวิตหรือไม่
นางพิกุล ยังเล่าต่อว่า หลังจากตั้งสติได้ ตนเองและแฟนก็ได้เข้าไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุเพื่อมาตรวจสอบพร้อมทั้งโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงมีสายตรวจเข้ามาถึงที่เกิดเหตุ ตนจึงได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่สายตรวจได้บอกว่าพรุ่งนี้ (18 ก.ย.) ให้ไปแจ้งความก็แล้วกัน แต่ด้วยวันรุ่งขึ้นตนต้องไปคุมสอบเลยไม่ได้เข้าไปแจ้งความต่อมาได้มีคนโทรเข้ามาหาแฟน (ชาคริต)
โดยแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตอนนี้พอจะทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว วันจันทร์ (19ก.ย.) เวลา09.00น. ให้เข้าไปพบที่สถานีตำรวจเดชอุดม เพราะจะได้นัดผู้ก่อเหตุมาไกล่เกลี่ยกัน แต่อย่าพึ่งแจ้งความแค่ลงประจำวันไว้ก่อน จนถึงเลยเวลานัด ก็ไม่พบผู้ก่อเหตุมาตามนัด แฟนจึงได้เข้าพบพนักงานสอบสวน แต่กลับได้รับคำตอบว่า เดี๋ยวขอประสานงานก่อนปัจจุบันผ่านไปแล้วกว่า1อาทิตย์ ก็ยังไม่มีการติดต่อดำเนินการกับผู้ก่อเหตุแต่อย่างใดอาจจะเป็นเพราะผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ
นายชคริตจึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวลงในเฟสบุคส่วนตัวให้เพื่อนๆที่ใช้ถนนเส้นที่เกิดเหตุได้ระวังตัว ต่อมามีผู้ใช้เฟสบุคเป็นหญิง ชื่อเก๋ (นามสมมุติ) ได้มาแสดงความคิดเห็นว่า ตนเองได้ขับรถเก๋งวีออส ผ่านจุดเกิดเหตุในวันที่18ก.ย.59 ถัดจากตนเอง1วัน เวลาประมาณใกล้เคียงกัน เมื่อผ่านจุดดังกล่าวก็รู้สึกว่ารถส่ายจึงได้ชะลอรถเข้าข้างทางเพื่อจะจอดดูขณะนั้นก็มีกลุ่มวัยรุ่นคล้ายกับกวักมือเรียกด้วยความกลัวว่าจะเป็นคนร้ายจึงได้บดล้อทั้งที่แบนจนไปถึงตัวอำเภอน้ำยืนจึงได้จอดดูรถพบว่ายางรถถูกตะปูแบน2เส้น โดยคุณเก๋ ได้โพสต์ภาพล้อรถที่โดนตะปูด้วย
นางพิกุลยังเล่าอีกกล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ตนเองออกมาพูดในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการความยุติธรรมต้องการเอาผู้ที่ก่อเหตุมาลงโทษไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใคร จะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่วัยรุ่นกลุ่มนี้กระทำลงไปมันเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เพราะหากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นมาอาจจะมีคนเสียชีวิตก็เป็นได้ ตนต้องการความปลอดภัยบนท้องถนนมากกว่านี้ และอีกประการตนก็ไม่มั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่เพราะมีผู้ที่อ้างว่าเป็นตำรวจโทรมาแจ้งไม่ให้แจ้งความขอแค่ลงประจำวันไว้แค่นั้น ทั้งนี้จึงอยากจะวอนสื่อช่วยเป็นคนกลางประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้





