"ชลประทาน" แจงน้ำท่วม 13 จังหวัดหลังฝนตกหนัก ขณะที่น้ำระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาทะลักท่วม 3 อำเภอ จ.อยุธยา กรมศิลป์เร่งป้องกันโบราณสถาน
หลังจากสำนักงานชลประทานที่ 12 ได้เพิ่มการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพื่อลดระดับน้ำเหนือเขื่อน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประกาศเตือนพื้นที่ 7 จังหวัดตอนล่างของเขื่อน ประกอบด้วย จ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี ให้เฝ้าระวังโดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำ นั้น
ล่าสุดวานนี้ (23 ก.ย.) ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 40 ซม. หลังมีการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ถึง 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ
โดยที่ อ.บางบาล ชาวบ้าน 6 ตำบลต้องขนของขึ้นที่สูง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองร้อยรักษาความสงบ ที่ 1 ม.พัน 27 รอ. เข้าให้ความช่วยเหลือ และพบว่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์เสียหายบางส่วน เนื่องจากน้ำมาเร็วกว่าที่คาดไว้
ส่วนที่่ ต.หัวเวียง ต.บ้านกะทุ่ม ต.บ้านแพน ต.บ้านโพธิ์ อ.เสนา และ ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ ยังไม่มีรายงานความเสียหายมากนัก และชาวบ้านได้ขนย้ายสิ่งของพร้อมรับมือระดับน้ำที่จะสูงเพิ่มขึ้นอีก
นายประทีป เพ็งตะโก ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยได้เฝ้าระวังระดับน้ำที่สูงขึ้นเรื่อยๆ บริเวณหน้าวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งเป็นวัดโบราณสถานสำคัญและเป็นมรดกโลก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่และคนงานกรมศิลปากรเตรียมการป้องกัน ด้วยการตั้งกำแพงวางกระสอบทรายใช้ผ้าคลุมเป็นแนวสันเขื่อนที่ความสูง 2.50 เมตร
ขณะที่ จ.อ่างทอง น้ำที่ไหลแรงและเพิ่มระดับขึ้นได้ไหลเข้าวัดสระแก้ว ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ทางวัดทั้งพระท เณร และชาวบ้านต้องเร่งนำกระสอบทรายล้อมรอบโกดังเก็บข้าวสารและอาหารที่มีผู้บริจาคไว้สำหรับเลี้ยงเด็กกำพร้า
ด้านกรมชลประทาน รายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมวานนี้(23 ก.ย.)ในหลายพื้นที่รวม 13 จังหวัดทั่วประเทศ จากฝนตกหนัก
ภาคเหนือพบพื้นที่น้ำท่วมในจ.พะเยา จากเกิดฝนตกสะสมในพื้นที่ อ.ดอกคําใต้และอ.จุน ส่งผลทําให้ ต.ดอกคําใต้ ต.สันโค้ง ต.ดอนศรีชุม ของ อ.ดอกคําใต้ เกิดน้ำท่วมและได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ
บริเวณลุ่มน้ำยมตอนบนและในพื้นที่จ.สุโขทัย เกิดน้ำท่าไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บริเวณ อ.กงไกรลาศ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีเนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ ถ้าไม่มีฝนตกในพื้นที่เพิ่มเติมมาอีก คาดว่าภายใน 2-3 วัน จะเข้าสู่ปกติ ส่วนในจ.พิษณุโลก เกิดน้ำท่วม ในเขต อ.พรหมพิราม และ อ.บางระกํา ประมาณ 15,740 ไร่
นอกจากนี้ ในพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ เกิดฝนตกหนักในพื้นที่บางแห่งในเขตอ.หล่มเก่า และ อ.หล่มสัก น้ำยังคงมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งออกทางฝั่งซ้ายแม่น้ำปาสัก ได้แก่ ถนนสายสี่แยกต้นหว้า หน้าวัดประตูดาว เขตเทศบาลเมืองลึก ต.สะเดียงระดับน้ำสูงประมาณ 10-30 ซม. และถนนสายบ้านไร่เหนือ-ดงมูลเหล็ก ระดับน้ำสูงประมาณ 20 ซม.
พื้นที่ จ.กําแพงเพชร น้ำเอ่อท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ ในอ.คลองขลุง ประมาณ 6,000 ไร่ และอ.ขาณุวารลักษบุรี ประมาณ 4,000 ไร่
สำหรับภาคกลาง เกิดน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ อ.เสนา และอ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บ้านหมี่ และอ.เมือง ลพบุรี รวมทั้งเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่ม จ.ปทุมธานี เนื่องจากฝนตกในวันที่ 22 ก.ย. โดยเฉพาะใน ต.คูคต อ.ลําลูกกา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จ.นครราชสีมา เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลทําให้เกิดน้ำท่วมขังใน 6 อําเภอ ได้แก่อ.โนนสูง อ.พิมาย อ.ชุมพวง อ.ปากช่อง อ.เมือง และ อ.สีคิ้ว นอกจากนี้ยังมีน้ำท่วมในพื้นที่ จ.หนองบัวลําภู จ.อุบลราชธานี
สำหรับภาคใต้ เกิดฝนตกหนัก ในพื้นที่จ.พังงา วันที่ 21-22 ก.ย. 2559 ทําให้เกิดน้ำไหลหลากใน 3 อําเภอ คือ อ.คุระบุรี อ.กะปง อ.ตะกั่วปา โดยยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ





