หวั่นเกิดอาเพศพระใหญ่ล้ม ไฟไหม้โบสถ์วัดใหญ่อินทาราม ซึ่งเป็นเครือข่ายกัน ชาวบ้านต่างวิจารณ์กันแซ่ด
ความคืบหน้ากรณีพระใหญ่สูงเท่ากับตึก 9 ชั้นที่สร้างและประดิษฐานไว้บริเวณสำนักปฏิบัติธรรมสินสันติสุข หมู่ 2 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งมูลค่าในการก่อสร้างประมาณ 20 ล้านบาท ได้ถูกฟ้าผ่าและฝนตกหนักเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา จึงได้เกิดล้มครืนลงมาเสียหายทั้งองค์ ต่อมาเมื่อเช้าวันที่ 21 กันยายนได้เกิดเพลิงลุกไหม้ภายในโบสถ์เก่า วัดใหญ่อินทาราม พระอารามหลวง ต.มะขามหย่ง อ.เมือง จ.ชลบุรี ทำให้เกิดความเสียหายอีก ซึ่งทั้งพระใหญ่และโบสถ์เก่าวัดใหญ่อินทาราม ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกัน เกิดเหตุซ้ำถึง 2 ครั้งซ้อนๆ ทำให้ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์กันแซ่ดว่าเป็นลางบอกเหตุหรือจะเกิดอาเพศอะไรขึ้นในพื้นที่ จ.ชลบุรี
หลวงตาแมว พระลูกวัด วัดใหญ่อินทาราม อดีตข้าราชการตรวจเงินแผ่นดิน บวชมาแล้ว 12 พรรษา อายุ 70 ปี เป็นผู้ดูแลโบสถ์ที่ถูกเพลิงไหม้กล่าวว่า โบสถ์หลังดังกล่าวได้มีการก่อสร้างมาก่อนกรุงศรีอยุธยาจะเสียกรุงประมาณ 10 ปี และมีภาพวาดบนฝาผนังอายุกว่า 100 ปี สาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้มาจากเทียนพรรษาพระราชทานสูงประมาณ 1 ศอก ที่จุดทำวัตรเช้า และทำวัตรเย็น เกิดการลุกไหม้ไม่เท่ากัน พระจึงได้จุดเทียนอีกเล่มหนึ่งที่เหลือมากกว่า หวังว่าเมื่อเทียนลุกและเหลือเท่ากันแล้วก็จะดับ โดยจุดตั้งแต่ช่วงเวลา 6 โมงเย็นของวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา
ภายหลังจากทำวัตรเย็นแล้ว ก็ได้ปิดประตูโบสถ์ลืมไปว่าได้จุดเทียนทิ้งไว้ ทำให้เกิดการลุกไหม้จนหมดแท่ง แล้วลุกลามไหม้พื้นกระดานโบสถ์ โชคดีที่ไม่มีลมเข้า ทำให้เพลิงครุกรุ่นเป็นถ่านแดง จนกระทั่งเช้าจะทำวัตรเช้าเข้ามาพบว่ามีควันไฟเกิดขึ้นมากมาย จึงได้ขอกำลังจากนักเรียน และพระลูกวัดช่วยกันดับเพลิง จึงทำให้เกิดความเสียหายเล็กน้อย โดยมีพระทองเหลืองถูกไฟลามเลียไป และพื้นกระดานไปครึ่งโบสถ์ รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้จำนวนหนึ่งที่อยู่ในโบสถ์
ทางด้านพระเดชา พระลูกวัด วัดใหญ่อินทารามกล่าวว่า ช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุได้เดินมาเพื่อทำวัตรเช้าได้เห็นควันไฟออกมาจากช่องภายในโบสถ์ จึงได้พยายามเปิดประตูโบสถ์ เพื่อให้ควันไฟหมดไป หลังจากนั้นได้เรียกนักเรียน ชาวบ้าน และพระลูกวัดมาช่วยกันดับไฟได้ทันเวลาก่อนที่จะเสียหายไปมากกว่านี้





