หนุ่มใหญ่ชาวพยัคฆภูมิฯรับจ้างจุดตะไล เกิดระเบิดมือหวิดขาด แพทย์เตือนระวังอันตรายถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิต
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 ก.ย. 59 ที่โรงพยาบาลมหาสารคาม มีผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุ 59 ปี ชาวอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม เข้ารักษาตัวจากแรงระเบิดของตะไล ทำให้นิ้วมือซ้ายฉีกขาด มีแผลที่แขนและลำตัว แพทย์ได้ล้างแผล ทำความสะอาดเนื่องจากแผลเปื้อนเขม่าดินปืน หลังจากนั้นเข้าห้องผ่าตัดเพื่อตกแต่งบาดแผล โดยแพทย์ตัดปลายนิ้วกลางซ้ายออก เนื่องจากกระดูกแตกและแผลฉีกขาดจนไม่สามารถรักษาไว้ได้
จากการสอบถามผู้บาดเจ็บ ทราบว่า รับจ้างจุดตะไลและรับทำตะไลในงานบุญ ช่วงที่กำลังทดลองได้นำไฟแช็คจุดที่ชนวน คาดว่าชนวนสั้น และการอัดดินปืนมากเกินไป ทำให้ตะไลระเบิดในเวลารวดเร็ว ปล่อยมือไม่ทัน ตะไลจึงระเบิดใส่คามือ
นายแพทย์สุรกิจ ยศพล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลออกพรรษา มีประชาชน นิยมเล่นประทัดเพื่อความสนุกสนานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บางครั้งนำมาดัดแปลง เพื่อให้เกิดเสียงระเบิดดัง และมีแรงระเบิดที่รุนแรง ซึ่งหากเกิดการพลาดพลั้งหรือขว้างไม่พ้นมือ แรงระเบิดอาจทำให้เกิดความสูญเสียอวัยวะของร่างกายที่สำคัญเช่น ตา แขน ขา นิ้วมือ นิ้วเท้า บริเวณหน้า และอวัยวะที่สำคัญของร่างกายได้หลายตำแหน่ง หากแรงระเบิดรุนแรงอาจทำให้บาดเจ็บจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
“หากเกิดอุบัติเหตุจากประทัดระเบิด มีบาดแผลตามร่างกาย อย่าทำแผลเองโดยเด็ดขาด ให้รีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยเฉพาะถ้าเป็นบาดแผลบริเวณตา ไม่ควรใช้ยาหยอดตา แผลที่เกิดจากไฟไหม้ไม่ต้องใช้ยาอะไรทาก่อนนำส่งโรงพยาบาล เพราะอาจทำให้แผลติดเชื้อ จะต้องใช้เวลาในการรักษานานหลายวัน ทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง และเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ สำหรับผู้ปกครองห้ามปล่อยให้เด็กเล่นดอกไม้ไฟตามลำพัง เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และการเล่นอย่างผาดโผน อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรสอนให้เด็กทราบว่าหากจะจุดพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟต้องไม่จุดพลุ ดอกไม้ไฟบริเวณใกล้สายไฟ อาคารบ้านเรือน สถานีบริการน้ำมัน ถังเชื้อเพลิง วัตถุไวไฟหรือบริเวณที่ลมพัดแรงอย่างเด็ดขาด ควรจุดในที่โล่งแจ้ง ไม่มีวัสดุติดไฟง่าย เพื่อป้องกันเพลิงไหม้ นอกจากนี้หลังจากจุดพลุ ดอกไม้ไฟแล้ว ห้ามโยนใส่กลุ่มคน ห้ามยื่นหน้าหรืออวัยวะส่วนใดของร่างกายเข้าใกล้พลุ ดอกไม้ไฟที่จุดแล้ว เพราะอาจได้รับอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้” นายแพทย์สุรกิจ กล่าว




