วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

The Inside Line : ความสำเร็จของโคลอมเบีย

ในโลกแห่งจักรยานอาชีพ ที่ชาวยุโรปเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุด

 ทั้งด้านความสามารถและด้านวัฒนธรรมในวงการ ไม่บ่อยที่เราจะได้เห็นนักปั่นจากทวีปอื่นขึ้นทวงบัลลังก์ความเป็นที่หนึ่งได้สำเร็จ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไนโร อเล็กซานเดอร์ คินทานา นักไต่เขาตัวจี๊ดสังกัดทีม Movistar ได้กลายเป็นแชมป์รายการวูเอลตา อา เอสปัณญา หรือรายการ Tour of Spain ประจำปี 2016 เขาต่อสู้เอาชนะคู่แข่งระดับแชมป์ตูร์เดอฟรองซ์อย่าง คริสโตเฟอร์ ฟรูม (ทีม Sky) และอัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์ (ทีม Tinkoff) คว้าแชมป์รายการระดับแกรนด์ทัวร์ได้เป็นครั้งที่สองในชีวิต

สำคัญกว่านั้น เขาเป็นนักปั่นชาวโคลอมเบียคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ได้เป็นแชมป์สนามวูเอลตา ครั้งล่าสุดที่ชาวโคลอมเบียเป็นแชมป์รายการนั้นต้องย้อนกลับไปร่วม 29 ปี เป็นปี 1987 ที่หลุยส์ เฮอร์ราร่าได้แชมป์สนามนี้ และหลังจากนั้นก็ยังไม่เคยมีชาวโคลอมเบียคนไหนพิชิตรายการนี้ได้อีกเลย

ไม่ใช่แค่คินทานาเท่านั้นที่โชว์ความเด็ดขาด ของชาวโคลอมเบียในสนามอาชีพ เพื่อนร่วมชาติจากต่างทีม เอสเตบาน ชาเวซ จากทีม Orica-BikeExchange ก็คว้าอันดับสามของรายการ เป็นรองเพียง คริส ฟรูมเท่านั้น ชาเวซปั่นได้เหนือความคาดหมายทุกคน เมื่อเขาออกโจมตีอัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์ที่เวลารวมไล่เลี่ยกันในสเตจรองสุดท้าย และปั่นหนียาวเข้าเส้นชัยก่อนหลายนาที จนพลิกกลับขึ้นมาเหยียบโพเดี้ยมอันดับสามได้สำเร็จ (สเตจก่อนหน้าคอนทาดอร์ทำเวลาห่างเขาไว้หลายนาที) ถ้าไม่นับความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นของคินทานาแล้ว การปั่นของชาเวซในวูเอลต้าปีนี้จัดว่าเป็น Ride of the year เลยก็ว่าได้

และยังมีดาร์วิน อทาพูม่า (ทีม BMC Racing) ที่ถึงแม้จะไม่มีฟอร์มท้าชิงแชมป์รายการ แต่ก็ยังคว้าแชมป์สเตจภูเขาได้หนึ่งครั้ง และเกือบจะได้อีกหนึ่งครั้งในสเตจที่ 20 พ่ายให้ปิแอร์ ลาตูร์ ดาวรุ่งวัย 22 ปีจากฝรั่งเศส (ทีม AG2R) แพ้กันแค่ 50 เมตรหน้าเส้นชัยเท่านั้น

เราอาจจะพูดได้ว่าชาวโคลอมเบีย เป็นชาติที่ประสบความสำเร็จที่สุดในรายการวูเอลต้าปีนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่ชาติที่เจริญเมื่อเทียบกับยุโรป เงินทุนก็ไม่ค่อยจะมี แต่โคลอมเบียกลับเป็นชาติที่มีจำนวนนักปั่นในการแข่งระดับสูงสุดเยอะที่สุดเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในทวีปยุโรป ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจครับ

จริงอยู่ ชาวโคลอมเบียอาศัยอยู่ในเขตที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ทำให้มีความได้เปรียบในเรื่องลักษณะทางกายภาพ ไต่เขาได้ดี ทน อึดกว่าชาติอื่นๆ (เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมตัวเต็งโคลอมเบียจึงมีแต่นักไต่เขา) แต่พันธุกรรมอย่างเดียวไม่ทำให้เราได้เข้ามาอยู่ในเวทีการแข่งขันระดับสูงสุดได้ง่ายๆ

สิ่งที่หลายคนมองข้ามไปคือวัฒนธรรมการปั่นของชาวโคลอมเบียครับ ถ้าไม่นับฟุตบอลแล้ว การแข่งจักรยานเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับสองของประเทศ และรัฐก็เข้ามาช่วยสนับสนุนเต็มที่ สปอนเซอร์ทีมชาติโคลอมเบียให้ได้เข้าแข่งในรายการใหญ่อย่าง Giro d’Italia และสนามระดับ UCI อีกหลายๆ รายการในช่วงปี 2010s จนความสำเร็จของนักปั่นรุ่นนั้นกลายเป็นบันไดให้นักปั่นหน้าใหม่อีกหลายๆ คนได้เดินตามเส้นทางของรุ่นพี่ โดยเฉพาะชัยชนะของไนโร คินทานาใน Giro d’Italia ปี 2014 ที่ทำให้ชายหนุ่มวัย 24 ปีกลายเป็นฮีโร่ประจำชาติไปเรียบร้อยแล้ว

นอกจากการสนับสนุนโปรทีมแล้ว รัฐบาลโคลอมเบียยังส่งเสริมให้คนปั่นจักรยานกันตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้วด้วยการสร้างเครือข่ายถนนจักรยานในหัวเมืองใหญ่หลายๆ เมืองจนในแต่ละวันมีผู้สัญจรด้วยจักรยานในเมืองโบโกต้า ซึ่งเป็นเมืองหลวงของโคลอมเบียกว่า 400,000 ทริป แถมยังกำหนดให้วันอาทิตย์ของทุกสัปดาห์เป็นวัน “ปลอดรถยนต์”​ โดยเวลา 7 โมงเช้าถึงตี 2 ของทุกวันอาทิตย์ทางการจะปิดถนนกว่า 120 สายให้คนได้ออกมาปั่นกันอย่างสบายใจด้วย

เห็นอย่างนี้แล้วก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมโคลอมเบีย ถึงมีนักปั่นชื่อดังค้าแข่งในสังเวียนยุโรปกันหลายคนครับ ทั้งความชื่นชอบของผู้คน การสนับสนุนจากรัฐบาล และวัฒนธรรมการปั่นที่สั่งสมกันมาหลายสิบปี ซึ่งผมคิดว่ามันก็เป็นโมเดลที่หลายๆ ประเทศที่อยากจะเอาดีด้านจักรยานอาชีพสามารถทำตามได้ไม่ยากเช่นกัน