วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่งผลตรวจสอบที่ดินสนามกอล์ฟไมด้าฯ ให้เลขาฯสปก.15ก.ย.นี้

สปก.กาญจนบุรี ส่งเอกสารผลตรวจสอบที่ดินสนามกอล์ฟไมด้า 1,739 ไร่ ถึงเลขาธิการ ส.ป.ก.พิจารณา15 ก.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณี นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.กาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำประกาศสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ 44/2559 ลงวันที่ 29 ก.ค.2559 ลงนามโดย นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม เรื่องกำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการต่อผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไปติดที่หน้าแปลงที่ดินหมายเลข No.16 เนื้อที่ประมาณ1,739ไร่ ของสนามกอล์ฟ ไมด้า กอล์ฟ คลับ กาญจนบุรี เลขที่ 123 หมู่ 7 ถนนสายบ้านเก่า-ลาดหญ้า ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 ส.ค.59 ที่ผ่านมา

ซึ่งผู้บริหารสนามกอล์ฟดังกล่าวได้นำเอกสารการครอบครอง เป็นใบ ภบท.5 และ นส.3 มาแสดงการครอบครองต่อเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.กาญจนบุรี แล้วเช่นกัน ซึ่งเหลือเวลาอีก 5 วัน คือวันที่ 15 ก.ย.การตรวจสอบจะทราบผลว่าเอกสารที่นำมาแสดงออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากพบเอกสารสิทธิที่นำมาแสดงออกโดยมิชอบก็จะดำเนินการตามขั้นตอนที่ 3

คือการนำประกาศไปติดหน้าแปลงเพื่อสั่งให้ผู้ประกอบการย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน ทันที ซึ่งจะเป็นแนวทางการปฏิบัติเช่นเดียวกันกับ ที่ดินแปลงที่ 14 เนื้อที่ 1,263 ไร่ ของนางเพียงใจ หาญพาณิชย์ ที่พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธานตัดริบบิ้น เปิดป้ายโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อส่งมอบ ให้คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ (คทช.)ตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 36/2559 ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ก.ย.2559 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) กาญจนบุรี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.กาญจนบุรี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำป้ายไปติดประกาศแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินของ ส.ป.ก. ที่หน้าแปลงข้างประตูทางเข้าสนามกอล์ฟ ไมด้า กอล์ฟ คลับ

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.59 เพื่อนำที่ดินแปลงดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 ลงวันที่ 5 ก.ค.2559 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมโดยมิชอบ กฎหมาย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2557 ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติตามขั้นตอนที่ 1

ต่อมาวันที่ 1 ส.ค.59 ตนและและคณะเจ้าหน้าที่ ได้นำประกาศสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ 44/2559 ลงวันที่ 29 ก.ค.2559 ลงนามโดย นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม เรื่องกำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการต่อผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แปลงที่ดินหมายเลข No.16 เนื้อที่ประมาณ 1,739 ไร่ ไปติดที่หน้าแปลงสนามกอล์ฟ ไมด้า กอล์ฟคับ เพื่อให้ทางผู้ประกอบการนำเอกสารการครอบครองมาแสดงเพื่อคัดค้าน และจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

โดยเอกสารที่นำมายื่นแสดงประกอบด้วย เอกสารใบ นส.3 ก.จำนวน 514 แปลง นส 3 ข. จำนวน 40 แปลง และใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ หรือใบ ภบท.5 จำนวน 7แปลง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ส.ป.ก.กาญจนบุรี และจะทราบผลในวันที่15 ก.ย.นี้ โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นแนวทางการปฏิบัติในขั้นตอนที่ 2

ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบเอกสารจะออกมาในทิศทางใด ส.ป.กาญจนบุรี ก็จะส่งเอกสารรายงานไปถึง นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม เพื่อพิจารณาอย่างละเอียดก่อนที่จะประกาศ ให้ ส.ป.ก.กาญจนบุรี ดำเนินการตามคำสั่งต่อไป

หากพิจารณาออกมาพบว่าเอกสารทั้งหมดได้มาอย่างถูกต้อง ส.ป.ก.ก็จะส่งมอบคืนที่ดินให้กับสนามกอล์ฟทันที แต่หากพิจารณาแล้วพบว่า เอกสารได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ส.ป.ก.ก็จะดำเนินการตามแนวทางขั้นตอนที่ 3 คือนำป้ายประกาศไปติดที่หน้าแปลง เพื่อให้ผู้ประกอบการ พร้อมบริวาร ออกนอกพื้นที่ภายใน 30 วัน

ส่วนอาคารต่างๆที่มีอยู่ ส.ป.ก.จะพิจารณาว่า จะยังคงไว้หรือไม่ และหากมีคำสั่งให้รื้อถอนผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตาม ส.ป.ก.ก็จำเป็นจะต้องรื้อถอนเอง โดยผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

จากนั้นจะนำที่ดินแปลงดังกล่าวเข้าสูกระบวนการปฏิรูปที่ดินตามคำสั่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 ลงวันที่ 5 ก.ค.2559 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ยึดคืนจากผู้ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.มากกว่า 500 ไร่ นำไปจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากจนที่ไม่มีที่ดินทำกิน ตามนโยบายจัดรูปที่ดินชุมชนในรูปแบบสหกรณ์ แต่ทั้งนี้ จะต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาอย่างไร