ทน.เชียงใหม่ สั่งระงับก่อสร้างที่พักสงฆ์วัดอู่ทรายคำ ให้ปรับแก้แบบอาคารให้ถูกต้อง ก่อนจะขอออกใบอนุญาต
เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้จัดชี้แจงรายละเอียดการเข้าตรวจสอบอาคารก่อสร้างบริเวณวัดอู่ทรายคำ โดยมีนายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายวราวุฒิ โตคณิตชาติ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมอาคารและผังเมือง เทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมชี้แจงรายละเอียดการก่อสร้างอาคารภายในวัดอู่ทรายคำ
นายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ชั้น ของวัดอู่ทรายคำ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้เข้าตรวจสอบแล้วพบว่าทางวัดได้ยื่นขออนุญาตสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 4 ชั้น แต่เนื่องจากแบบที่ส่งมาขออนุญาตไม่ถูกต้องจึงมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างไปแล้วนั้น แต่ประชาชนได้ร้องเรียนเข้ามาว่ายังมีการก่อสร้างอยู่ ทางเทศบาลจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเพื่อทำการตรวจสอบ พบว่าเป็นการเก็บขนย้ายอุปกรณ์การก่อสร้างออกจากบริเวณ ไม่ได้มีการก่อสร้างตามที่ประชาชนแจ้งข่าวสารเข้ามา
อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลไม่ได้มีการตรวจสอบเฉพาะที่วัดอู่ทรายคำเท่านั้น แต่ได้มีการตรวจสอบทั่วเขตเทศบาล เนื่องจากได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่ามีอีกหลายแห่งที่คาดว่าจะดำเนินการต่อเติม หรือก่อสร้างผิดแบบที่กำหนดไว้ ทางเทศบาลไม่ได้เลือกปฏิบัติเฉพาะที่ใดที่หนึ่ง แต่ได้มีการตรวจสอบทุกที่ที่มีการร้องเรียนเข้ามา ว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่
ทั้งนี้ในกรณีวัดอู่ทรายคำ ทางเทศบาลยืนยันว่ายังไม่ได้ออกใบอนุญาตให้ทำการก่อสร้างได้ เนื่องจากตรวจแบบแล้วต้องมีการแก้ไข แต่ทางวัดได้มีการก่อสร้างอาคารไปก่อนแล้ว ขณะนี้ได้ให้ทางวัดปรับแก้ไขแบบเข้ามาเพื่อทำการตรวจสอบอีกครั้งให้ถูกต้อง หากมีการก่อสร้างผิดแบบจะต้องทำการทุบอาคารแก้ไขให้ถูกต้อง นอกจากวัดอู่ทรายคำแล้วอาคารอื่นๆ หากตรวจพบว่าทำการก่อสร้างหรือต่อเติมผิดไปจากแบบที่ขออนุญาตจะต้องแก้ไขให้ถูกต้อง
ที่ผ่านมาได้มีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องอาคารที่มีการต่อเติม หรือก่อสร้างให้ หากพบว่ามีการดำเนินการที่ระเบียบ หรือผิดไปจากแบบที่ขออนุญาต ต้องทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังเจ้าของอาคารในทันที เพื่อให้ดำเนินการก่อสร้าง ต่อเติม หรือรื้อถอนอาคารให้ถูกต้อง เนื่องจากปัจจุบันเมืองเชียงใหม่ 84,000 กว่าครอบครัว มีประชากรในเขตเทศบาลประมาณ 200,000 คน เมื่อรวมประชาชนกรแฝงที่มีอยู่ในเขตเทศบาลจะมีมากถึง 500,000 คน
การควบคุมอาคารที่อยู่อาศัยที่มีการต่อเติมเพื่อรองรับประชากรที่มีเพิ่มมากขึ้นทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากกำลังคนในการสำรวจตรวจสอบที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับการเข้าตรวจสอบในทุกที่ แต่ทางเทศบาลได้ดำเนินการอย่างเต็มความสามารถในการที่จะเข้าตรวจสอบอาคารต่างๆ ให้ถูกต้องแบบที่ได้ยื่นขอมาให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลได้มีแผนที่จะเข้าทำการตรวจสอบอาคารต่างๆ บริเวณ ถนนช้างม่อยเป็นอันดับแรกก่อน เนื่องจากเป็นบริเวณที่อยู่ใจกลางเมือง มีอาคารอยู่เป็นจำนวนมาก และจากการสำรวจคาดว่า มีหลายอาคารที่อาจจะเข้าข่ายไม่ถูกต้องตามเทศบัญญัติหลายอาคาร หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องจะต้องสั่งให้มีการรื้อถอนต่อไป
กรณีวัดอู่ทรายคำ ที่มีการก่อสร้างอาคารสูงเพื่อทำเป็นที่พักสงฆ์นั้น หากจะมีการดัดแปลงเพื่อที่จะทำเป็นที่พักโรงแรมควบคู่ด้วยนั้น จะต้องทำเรื่องขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรม โดยจะต้องมีคณะกรรมการของจังหวัด อำเภอ และเทศบาลเข้าตรวจสอบร่วมกัน แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการแจ้งขออนุญาตทำธุรกิจโรงแรม
นายวราวุฒิ โตคณิตชาติ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมอาคารและผังเมือง เทศบาลนครเชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วนของวัดอู่ทรายคำได้มียื่นเรื่องเข้ามาเพื่อขออนุญาตก่อสร้างอาคารที่พักสงฆ์ ความสูง 4 ชั้น ประมาณ 12 เมตร จำนวน 19 ห้อง ขนาดห้องประมาณ 3.80 X 5 เมตร แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัว เป็นลักษณะห้องพักเดี่ยว
ทางเทศบาลได้ทำการตรวจสอบและพิจารณาแบบก่อสร้างอาคารที่ยื่นเข้ามาแล้ว ต้องมีการปรับแก้ไข จึงได้แจ้งให้ผู้ที่ยื่นขออนุญาตสร้างได้ทำการปรับแก้ไขแบบให้ถูกต้อง เนื่องจากอาคารสูง 4 ชั้น จะต้องอยู่ห่างจากถนนประมาณ 6 เมตร แต่แบบที่ยื่นเข้ามานั้นสร้างติดกับถนน แต่ผู้ยื่นขออนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารไปแล้ว โดยที่ทางเทศบาลยังไม่ได้ออกใบอนุญาตก่อสร้างให้
ดังนั้นเทศบาลจึงได้ทำหนังสือระงับการก่อสร้างอาคารดังกล่าว และให้ยื่นแก้ไขแบบก่อสร้างเข้ามาอีกครั้ง สำหรับแนวทางการแก้ไขอาคารดังกล่าวได้เสนอให้ตัดโครงสร้างบางส่วนออกหรือลดความสูงของตัวอาคารให้เหลือ 2 ชั้น ทั้งนี้ทางวัดกำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขแบบอาคาร




