ภาพวงจรปิดมัด ทีมฆ่า "ยธ.พังงา" พบหัวหน้าทีมเชื่อมโยงยาเสพติดข้ามจังหวัด ผู้ร่วมทีมฆ่าเจอหลายข้อหาหนัก โทษสูงสุดถึงขั้นประหาร
ภาพวงจรปิดช่วงเวลาสุดท้ายที่สามารถบันทึกภาพ นายฉวี อินทระ ยุติธรรมจังหวัดพังงา ในขณะที่เดินทางออกจากบ้านในตำบลท่าซัก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช มาจอดรอรับนางสาวณัฐนันท์ อินทร์ดำ ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินลงจากรถไปนั่งรอที่ศาลาริมแม่น้ำเชียรใหญ่ ในเวลา 15.16 น.ของวันที่ 20 สิงหาคม 2559 และใช้เวลารอเพียง 2 นาที ในเวลา 15.18นางสาวณัฐนันท์ ได้เดินทางมาด้วยรถจักรยานยนต์มีชายผู้ขับขี่มาส่งข้างศาลาและเดินออกมาขึ้นรถยนต์ของนายฉวีโดยมีนายฉวีไปผู้ขับขี่ออกไป เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คอยตามประกบตลอดเวลา ก่อนที่นายฉวีจะไปจบชีวิตในวันเดียวกันที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 2 ตำบลท่าขนาน อำเภอเชียรใหญ่ และถูกนำศพมาทิ้งในคลองบางจากท้องที่ สภ.ปากพนัง
โดยล่าสุดในวันนี้ศาลจังหวัดปากพนัง ได้อนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 5 รายคือนายจีระเดช แป๊ะดำ หรือสาม,นายสุทธิพงศ์ บุปผาคร หรือดุก ซึ่งถูกเจ้าหน้าคุมตัวตั้งแต่วานนี้ทั้งสองรายโดยเฉพาะนายจีระเดช เป็นผู้นำชี้จุดทิ้งศพในคลอง ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีคือนายอดิศักดิ์ ทองสมจา หรือหมู, นายชัยชนะ เกิดมุสิก หรือดุก และนายสุวัฒน์ มาลาวัฒน์ หรือปาล์ม ทั้งสามคนยังหลบหนี ส่วนนางสาวณัฐนันท์ อินทร์ดำในฐานะผู้แชทล่อลวงให้นายฉวีไปพบนั้นยังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพฤติกรรมและส่วนประกอบคดีเพื่อเสนอขอหมายจับภายหลัง
โดยทั้ง 5 รายนั้นได้ถูกตั้งข้อหาหนักคือ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนร่วมกันปล้นทรัพย์โดยทำร้ายเจ้าทรัพย์จนถึงแก่ความตาย ร่วมกันปิดบังซ่อนเร้น อำพรางศพ โดยปกปิดสาเหตุการตาย ซึ่งข้อหาทั้งหมดมีโทษสูงสุดคือการประหารชีวิต
อย่างไรก็ตามช่วงเช้าที่ผ่านมาพันตำรวจเอกณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติพร้อมด้วยข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ของกรมคุมประพฤติได้เดินทางเข้าพบกับ พลตำรวจตรีวันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามการคลี่คลายคดีคนร้ายก่อเหตุสังหารนายฉวี อินทระ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติและยุติธรรมจังหวัดพังงา หลังจากเจ้าหน้าที่ได้คลี่คลายคดีการหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม จนกระทั่งสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทำการสอบสวนจนรับสารภาพว่าได้สังการและนำศพห่อด้วยผ้าใบพลาสติคยัดใส่ถัง 200 ลิตร แล้วเทปูนซิเมนต์ถ่วงทิ้งก้นคลองบางจาก ในท้องที่หมู่ที่ 13 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ได้กู้ศพได้ตั้งแต่วานนี้ และขอบคุณตำรวจที่ได้ร่วมกันคลี่คลายคดีจนสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ รวมทั้งค้นหาศพจนพบ หลังจากนั้นได้เข้าเยี่ยมครอบครัวของนายฉวี พร้อมให้การช่วยเหลือตามระเบียบราชการ
ขณะที่ศพของนายฉวีล่าสุดนั้นหลังจากใช้เครื่องมือผ่าถังและกะเทาะปูนซิเมนต์ออกได้ถูกส่งไปยังศูนย์นิติเวช สุราษฎร์ธานี เพื่อผ่าพิสูจน์สาเหตุการตายอย่างชัดเจน และเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เนื่องจากผู้ต้องหาที่จับกุมได้แล้วนั้นสารภาพว่าเป็นการตายเนื่องจากถูกทารุณกรรมซ้อมทำร้ายร่างกายต่อเนื่องหลายชั่วโมง รวมทั้งทุบตีด้วยของแข็งอย่างรุนแรง ซึ่งหลังจากชันสูตรอย่างละเอียดแล้วนั้นจะได้ส่งศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในตำบลท่าซัก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
วันเดียวกันพันตำรวจเอกภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม ได้นำทีมสืบสวนลงพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อมูลและเก็บหลักฐานบางอย่างเนื่องจากพบว่านายอดิศักดิ์ ทองสมจา หรือหมู เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในเครือข่ายของ “กะม๊ะ” ระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นขบวนการกับที่เจ้าหน้าที่ได้เข้ายึดทรัพย์เรือยอร์ชในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมื่อกว่า 1 ปีที่ผ่านมา
ส่วนพฤติการณ์ในการก่อเหตุนายจีระเดช แป๊ะดำ หรือสาม ยอมรับสารภาพว่านายอดิศักดิ์ เป็นคนวางแผนทั้งหมด โดยหลังจากที่นางสาวณัฐนันท์ ล่อลวงผู้ตายมาที่บ้านที่เกิดเหตุแล้ว ผู้ตายได้ถูกจับสวมกุญแจมือก่อนถูกซ่อมทำร้ายหลายชั่วโมงติดต่อกัน โดยเฉพาะถูกรุมตีด้วยท่อนไม้จนตาย ก่อนที่จะช่วยกันเตรียมอุปกรณ์จับยัดใส่ถังแล้วนำศพไปทิ้ง โดยมีผู้ที่ร่วมกันโยนทิ้ง 3 คนคือตนเองนายชัยชนะ เกิดมุสิก หรือดุกนายอดิศักดิ์ ทองสมจา หรือหมูภายหลังนายอดิศักดิ์ หรือหมู ได้นำรถของผู้ตายหนีไป โดยระบุว่าจะไป กทม.โดยมีนางสาวณัฐนันท์ ไปด้วยกัน.////




