วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

The Inside Line : การเข้ามาของนักปั่นจีน

ไม่ว่าคุณจะมองมุมไหนก็ตาม

 วงการจักรยานอาชีพ ก็ยังเป็นกีฬาที่ตุ้มน้ำหนักสวิงไปทางยุโรปมากกว่าทวีปอื่นๆ เป็นกีฬาที่ยุโรปเป็นศูนย์กลางอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อสนามแข่ง นักแข่ง และทีมที่สำคัญกว่า 90% ของตลาดนั้น ทั้งค้าและแข่งขันกันในยุโรปเกือบตลอดทั้งฤดูกาล

จึงเป็นเรื่องยากมาก ที่นักปั่นจากชาติอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชาวยุโรป หรืออเมริกันที่มีสายใยเชื่อมโยงกับแวดวงการแข่งขันมากกว่าประเทศอื่นๆ ที่จะเข้ามาร่วมในสนามแข่งระดับสูงสุด นักปั่นจากเอเชียและแอฟริกานั้นแทบหาตัวไม่ได้ ฝั่งเอเชียเท่าที่พอมี ก็เป็นแค่คนญี่ปุ่นกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น

ไม่ใช่ว่านักปั่นจากชาติอื่นไม่แข็งแกร่งพอจะมาแข่งขันได้ แต่เป็นเพราะโครงสร้างของกีฬานี้ ที่ทำให้การแข่งขันจักรยานถนนเข้าถึงได้ยากจากภายนอก

แต่พลวัตนี้ อาจจะเปลี่ยนไปในไม่ช้า เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อน นายทุนใหญ่จากประเทศจีนได้เข้ามาซื้อสิทธิ์ของทีม Lampre-Merida ทีมดังจากอิตาลีที่อยู่ในโปรทัวร์มานานนับสิบปี ผ่านบริษัทที่ปรึกษากีฬา TJ Sport Consultation โดยมีเป้าหมายจะพัฒนาและป้อนนักปั่นจีนเข้าสู่วงการจักรยานอาชีพในระยะยาว 

ไม่ใช่แค่เป็นการเข้ามา เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าหรือหวังผลการตลาด แต่เป็นความต้องการของสปอนเซอร์ (ซึ่งยังไม่ระบุนาม) ที่อยากจะปั้นนักปั่นจีนระดับโลกจริงๆ

การเข้ามาของจีนครั้งนี้ มาในโมเดลเดียวกับการสร้างทีมของ Sky ที่สร้างพื้นที่การพัฒนาฟอร์มนักปั่นให้นักกีฬาจากอังกฤษ หรือทีม Orica ที่สร้างมาเพื่อนักปั่นออสเตรเลีย โดยทีมจะจัดแจงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการแข่งขัน และฝึกซ้อมได้สะดวกกว่าที่นักปั่นต่างชาติต้องเข้ามาลุยด้วยตัวเองในแดนยุโรป และก็เป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จทีเดียว จากที่ทีม Sky สามารถปั้นแชมป์ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ได้ถึง 4 สมัย ในระยะเวลาห่างกันไม่ถึง 6 ปี

อย่างไรก็ดี เราคงยังไม่เห็นผลประกอบการของโปรเจ็กต์นี้ในระยะใกล้ เพราะจีน ยังไม่ใช่ชาติที่สามารถพัฒนานักปั่นระดับดิวิชั่น 1 ได้เป็นจำนวนมาก ว่ากันตามจำนวนแล้ว ตอนนี้นักปั่นจีนในโปรทัวร์มีน้อยกว่าญี่ปุ่น จีนมีนักปั่นแค่คนเดียวในโปรทัวร์ นั่นคือ Ji Chengสังกัดทีม Giant-Alpecin และกำลังจะรีไทร์สิ้นฤดูกาลนี้

แต่ใช่ว่าชาวจีนจะอยู่นิ่งเฉยๆ ครับ เพราะตอนนี้ในทวีปเอเชีย จีนเป็นประเทศที่มีสนามแข่งจักรยานเยอะที่สุด และมีเงินรางวัลสูงสุดกว่า 35 ล้านบาทในรายการใหญ่ๆ เช่น Tour of Qinhai แจกเงินรางวัลเยอะกว่าสนามแข่งในยุโรปเสียอีก!

การที่จีนสร้างสนามแข่ง และมีเงินรางวัลสนับสนุนเยอะ ก็เป็นการกระตุ้นให้มีนักปั่นและทีมท้องถิ่นลุกขึ้นมาแข่งมากขึ้นเช่นกัน ทิศทางการเติบโตของนักปั่นจีนในอนาคตนั้นมีแต่จะเพิ่มขึ้น 

และเมื่อบวกกับสภาพเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวย ช่องทางลัดเข้าสู่ดิวิชัน 1 สปอนเซอร์ทุนหนา และนโยบายรัฐที่ต้องการเป็นหนึ่งในด้านการกีฬาแล้ว เราอาจจะได้เห็นนักปั่นจีนไปโลดแล่นในโปรทัวร์หรือมีผลงานในแกรนด์ทัวร์มากกว่าแค่แข่งจบในช่วง 10 ปีนี้ก็เป็นได้ครับ