วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ม็อบรถพ่วงหาบเร่' ลุยต่อ หลังพัทยาห้ามลงขายชายหาด

ไม่สมหวัง! "ม็อบรถพ่วงหาบเร่" ลุยต่อ หลัง "เมืองพัทยา" ยันห้ามลงขายชายหาดเด็ดขาด หวังทวงคืนพื้นที่ชายหาดสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก

จากกรณีที่มีกลุ่มผู้ประกอบการรถพ่วงข้าง และหาบเร่-แผงลอย กว่า 100 คน ได้รวมตัวเดินทางมาเรียกร้องขอผ่อนปรนเกี่ยวกับมาตรการการจัดระเบียบชายหาดเมืองพัทยา หลังมีการเปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนลงไปค้าขายในที่สาธารณะรายละ 2,000 บาท จนทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถทำกินได้ก่อนลุกลามจนมีการปิดถนนประท้วง หน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กระทั่งมีการเรียกแกนนำเข้าร่วมหารือเพื่อหาข้อสรุปเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์

โดยมีการผ่อนปรนด้วยการลดอัตราค่าเปรียบ เทียบปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืนเหลือรายละ 1,000 บาทเป็นการชั่วคราว ก่อนจะมีการประชุมในส่วนของคณะ กรรมการจัดระเบียบของเมืองพัทยาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้งในวันที่ 19 สิงหาคมศกนี้นั้น

ล่าสุด วันที่ 19 สิงหาคม 2559 ที่หน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่าย ประกอบการ ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง เมืองพัทยา กำลังทหารจากราบ 21 รักษาพระองค์ อาสาสมัคร เทศกิจ และตำรวจ สภ.เมืองพัทยา กว่า 100 นาย เข้ามาจัดกำลังในการดู แลรักษาความสงบและเตรียมรองรับการชุมนุมของกลุ่มผู้ประกอบการรถห่วง หาบเร่ ที่มีการนัดหมายจะเข้ามาเจรจาและรับฟังข้อสรุปจากเมืองพัทยาเกี่ยวกับการเรียกร้องให้มีการผ่อนปรนการจับกุมกรณีการค้าขายในที่สาธารณะ

ซึ่งหลังผ่านพ้นไปประมาณ 1 ชม.ก็มีกลุ่มแกนนำพร้อมผู้ประกอบการจำนวนกว่า 50 ราย เดินทางมายังจุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ความความสงบ ก่อนเชิญตัวแกนนำขึ้นไปร่วมเจรจา โดยมีนายชนัฐพงศ์ ศรีวิเศษ ปลัดเมืองพัทยา ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกเมืองพัทยา พร้อมคณะกรรมการกำกับดูแลการจัดระเบียบชายหาด เข้าร่วม

ด้าน นายชนัฐพงศ์ ได้กล่าวชี้แจงถึงความจำเป็นเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ทางคณะกรรมการและภาครัฐกำหนดให้ดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการจัดระเบียบ และร่วมรักษาภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว จึงยืนยันที่จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการจับปรับแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนนำสินค้ามาขายในที่สาธารณะในอัตราโทษสูงสุดคือ 2,000 บาทต่อไป ในพื้นที่หลักได้แก่ ชายหาดพัทยา จอมเทียน และวอล์คกิ้งสตรีท ขณะที่พื้นที่อื่นๆนั้นหากพบการกระทำผิดก็จะมีการผ่อนปรนในการเปรียบเทียบปรับในอัตราที่เหมาะสม ส่วนปัญหาผู้ประกอบการต่างด้าวที่แฝงตัวเข้ามาทำกินนั้น จะมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจับกุมดำเนินคดีอย่างจริงจัง

โดยจากบทสรุปดังกล่าว ทางกลุ่มผู้ประกอบการได้พยายามขอผ่อนปรนและร้องขอให้ได้เข้ามาค้า ขายเช่นเดิม โดยยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวผิดต่อข้อกฎหมายแต่ขอให้ลดอัตราโทษปรับที่จะสามารถทำกินอยู่ได้ ซึ่งกรณีนี้เมืองพัทยาได้ตอบปฏิเสธและยืนยันว่าไม่สามารถดำเนินการตามคำขอได้ โดยทางกลุ่มยังคงไม่พอใจในผลการเจราจรดังกล่าว แต่สุดท้ายก็พากันเดินทางกลับ

ต่อมา กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าได้ยกขบวนเดินทางไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางละมุง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องไว้ พร้อมกับจะนำมาหารือเมืองพัทยาอีกครั้งในภายหลัง ทางด้านกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าไม่ละความพยายามพร้อมหารือและนัดหมายชุมนุมอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 22 ส.ค.59 เพื่อเดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีต่อไป