“แสบ” เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม นักมวยหญิงคนแรก
ของไทยในโอลิมปิกเกมส์ ลั่นเต็มที่ในการขึ้นชกรอบก่อนรองชนะเลิศกับ วิคตอเรีย วาเลนเซีย จากโคลอมเบีย วันนี้ (16 ส.ค.) เวลา 03.00 น. โดยหากชนะจะการันตีเหรียญทองแดงเป็นอย่างน้อย ขณะที่ความพ่ายแพ้ของนักมวยชาย 4 คน ส่งผลให้เป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี ที่ทีมกำปั้นชายไม่มีเหรียญรางวัลติดมือ
เปี่ยมวิไล มือวางอันดับ 3 ในรุ่นฟลายเวทหญิง 51 กก. มีกำหนดขึ้นเวทีในคืนนี้ หลังจับสลากได้บายในรอบแรก โดยจะพบกับ วิคตอเรีย วาเลนเซีย นักมวยโคลอมเบีย วัย 27 ปี ในรอบ 8 คนสุดท้าย ซึ่งหากเอาชนะได้ ก็จะผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ พร้อมการันตีเหรียญทองแดงทันที โดยนักชกวัย 33 ปี จากจังหวัดกำแพงเพชร ก็ยืนยันขอทำให้เต็มที่ ส่วนผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรให้กรรมการเป็นผู้ชี้ขาด
"ขอทำให้เต็มที่ อยากอยู่ในการแข่งขันให้นานที่สุด ส่วนเรื่องจะชนะหรือไม่ยังตอบไม่ได้ เพราะขึ้นกับกรรมการ แต่ตัวแสบเองจะทำให้เต็มที่ บนเวทีจะเกิดอะไรขึ้นบ้างยังไม่รู้ แต่แสบก็พร้อมจะเจอ เพราะการได้มาร่วมต่อยในโอลิมปิกเกมส์เป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตแล้ว”
ขณะเดียวกัน เปี่ยมวิไล ก็ถือเป็นความหวังสุดท้ายของทีมมวยสากลสมัครเล่นโดยปริยาย เนื่องจากการตกรอบของ วุฒิชัย มาสุข ในรุ่นไลท์เวลเตอร์เวท 64 กก. ฉัตรชัย บุตรดี ในรุ่นแบนตัมเวท 56 กก. สายลม อาดี รุ่นเวลเตอร์เวทชาย 69 กก. และ อำนาจ รื่นเริง รุ่นไลท์เวทชาย 60 กก. ส่งผลให้เป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี ที่ไม่มีนักมวยชายไทยได้เหรียญรางวัลจากโอลิมปิก นับแต่ ทวี อัมพรมหา ได้เหรียญเงินรุ่นไลท์เวลเตอร์เวท 64 กก. ใน โอลิมปิก 1984
หลังจบการชกของ วุฒิชัย ที่แพ้คะแนน แกรี รัสเซลล์ จากสหรัฐแบบไม่เป็นเอกฉันท์ และ ฉัตร์ชัย ที่แพ้ วลาดิเมียร์ นิกิติน จากรัสเซีย นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมกีฬามวยฯ ที่ชมการชกอยู่ด้วย ได้ระบายความผิดหวังด้วยการเตะถังขยะล้ม ก่อนเข้าไปปลอบใจนักมวยทั้งสองคน “เสียใจที่ทำไม่สำเร็จ ทั้ง วุฒิชัย และฉัตร์ชัย ชกได้ตามแผนที่วางไว้แล้ว ชมสตาฟฟ์โค้ชที่ทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ กีฬามีแพ้มีชนะ เราต้องยอมรับคำตัดสินของกรรมการ แต่ในสายตาของตัวเองคิดว่าน้องทั้ง 2 คนชนะทั้งคู่”
ด้านนายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. ที่เข้ามาร่วมชมทั้ง 2 ไฟต์ ได้ตั้งคำถามถึงมาตรฐานในการตัดสินของสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ (ไอบา) แต่เชื่อว่าคงเป็นไปได้ยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลง “เราดูแบบหนึ่ง แต่กรรมการดูอีกแบบหนึ่ง สำหรับตน ทั้ง ฉัตร์ชัย และวุฒิชัย ไม่น่าแพ้ คงต้องกลับมามองกันแล้วว่ามาตรฐานคืออะไร คนดูโห่กันทั้งสนาม แต่ ไอบา คงไม่รับฟังอะไร มุมมองมันอาจจะต่างกัน จะบอกว่าแพ้แล้วไม่ยอมก็ไม่ใช่ แต่ต้องถามว่ามาตรฐานการตัดสินยึดหลักอะไร”
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่านักชกไทยยังคงต่อยในรูปแบบเดิมเหมือนในโอลิมปิกที่ผ่านมา คือถนัดออกหมัด 1-2 เพื่อเก็บแต้ม ไม่มีการปล่อยหมัดชุด แต่กติกาใหม่ของ ไอบา ซึ่งเริ่มใช้เป็นครั้งแรกในมวยชิงแชมป์เอเชีย ปี 2013 ใช้การให้คะแนนแบบมวยอาชีพ คือยกละ 10 คะแนน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางสมาคมมวยฯต้องนำกลับไปทบทวนเช่นกัน





