ลิลลี คิง นักว่ายน้ำชาวสหรัฐ เจ้าของเหรียญทอง
ว่ายกบ 100 เมตรหญิง ใน ริโอ เกมส์ 2016 ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ควรให้โอกาส นักกีฬาที่ใช้สารกระตุ้นได้เข้าร่วม หลังเอาชนะ ยูลียา เยฟีโมวา นักว่ายน้ำสาวรัสเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ
ในการแข่งขัน “ริโอ เกมส์” วันที่ 3 ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่กีฬาว่ายน้ำ ชิง 4 เหรียญทอง ซึ่งทีมนักว่ายน้ำสหรัฐ เก็บไป 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง ซึ่งรายการที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือว่ายกบ 100 เมตร หญิง ซึ่งมี ยูลียา เยฟีโมวา นักว่ายน้ำสาวจอมอื้อฉาวจากรัสเซียเข้าร่วม โดย เยฟีโมวา เคยถูกแบนนานถึง 16 เดือนในปี 2013 จากกรณีพบสารสเตอรอยด์ในร่างกาย ก่อนถูกแบนซ้ำเมื่อช่วงต้นปี เพราะพบสารเมลโดเนียม แต่สุดท้าย ก็ได้รับการลดโทษตามคำตัดสินขององค์การต่อต้านสารกระตุ้นโลก (วาดา)
อย่างไรก็ตาม ผลการแข่งขันเป็น ลิลลี คิง จากสหรัฐที่แตะขอบสระเป็นคนแรก ด้วยเวลา 1.04.93 นาที ทำลายสถิติโอลิมปิกเดิมของ ลีเซล โจนส์ จากออสเตรเลีย ที่ทำไว้ใน ปักกิ่ง เกมส์ 1.05.17 นาที ส่วน เยฟีโมวา ตามมาเป็นอันดับ 2 สถิติ 1.05.50 นาที ส่วนเหรียญทองแดง ตกเป็นของ เคที ไมลี จากสหรัฐ สถิติ 1.05.69 นาที โดยหลังจบการแข่งขัน คิง ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องสารกระตุ้น โดยย้ำว่าต่อให้เป็นนักกีฬาสหรัฐด้วยกัน เธอก็คิดว่าไม่สมควรได้รับโอกาสให้กลับมาติดทีมชาติอีก เหมือนในกรณีของ จัสติน แกตลิน และ ไทสัน เกย์ สองนักกรีฑาอเมริกัน
“ฉันต้องน้อมรับคำตัดสินของสหพันธ์กรีฑา ต่อให้ไม่เห็นด้วย คนที่ถูกตัดสินว่าผิดเรื่องสารกระตุ้นไม่ควรได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม แต่น่าผิดหวังที่มันยังเกิดขึ้น” คิง วัย 19 ปี กล่าว
ด้าน เยฟีโมวา ก็ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ร้องไห้ด้วยความเสียใจต่อหน้าสื่อมวลชน จน แอนนา มิตโควา เจ้าหน้าที่ทีมว่ายน้ำของรัสเซียต้องเข้าไปปลอบนานเกือบห้านาที แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เป็นเพราะเจ็บใจที่แพ้ต่อคู่ปรับสำคัญอย่าง คิง “ฉันเสียใจที่ไม่อาจนำเหรียญทองกลับสู่รัสเซียได้” เยฟีโมวา กล่าว “ฉันดีใจที่ได้กลับมาร่วมแข่งขัน นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด ฉันเคยทำผิดและถูกแบน ส่วนครั้งที่สอง มันไม่ใช่ความผิดของฉัน”





