พนักงานขับรถภูกระดึงทัวร์ ปฏิเสธเหตุทำร้ายแท็กซี่ ระบุในรถมีกล้อง มีหลักฐานพร้อมให้ตรวจสอบ เผยเรื่องนี้ทำให้เสียหาย พร้อมฟ้องร้องกลับ
จากเมื่อเวลา 03.00น. วันที่ 2 ส.ค.2559 กรณีเกิดเหตุพนักงานขับรถของบริษัท ภูกระดึงทัวร์ จ.เลย ทำร้ายร่างกายคนขับรถแท๊กซี่ที่พื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หรือไม่ และผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่สภ.กลางดง แล้วนั้น
เหตุการณ์ในคืนนั้นเป็นขาขึ้นออกจาก บขส.เลย เมื่อเวลา20.30น. จากเลย-กรุงเทพฯ หลังจากจอดเพื่อให้ผู้โดยสารเข้าห้องน้ำและรับประทานอาหารและได้สอบถามช่วงเวลาและวันดังกล่าวแล้ว ทราบว่าพนักงานขับรถคันดังกล่าวนี้ คือนายศักดา บุญภูมิ อายุ35ปี บ้านเลขที่36หมู่3 ต.ท่าช้างคล้อง อ.ผาขาว จ.เลข ประจำรถปรับอากาศบริษัท ภูกระดึงทัวร์ รถหมายเลข14
นายศักดา บุญภูมิ เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ที่ตลาดหมอชิต สถานีขนส่งผู้โดยสายสายเหนือ-อีสานจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งความจากผู้แจ้ง พร้อมกับผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บมาจะมาพบตน และผู้บริหารของ บริษัท ภูกระดึงทัวร์ กรณีดังกล่าวนี้ตนขอชี้แจงว่า ในวันเวลาช่วงที่เขาแจ้งความไว้นั้นตนและพนักงานนำรถรับผู้โดยสารออกจาก บขส.เลย เวลา20.30น. ของคืนวันที่1ส.ค.2559 ตลอดระยะทางไม่เคยมีการเฉี่ยวชนหรือเหตุการณ์อะไร เมื่อถึงตลาดหมอชิตหรือปลายทาง ที่กรุงเทพฯเวลา05.30น. ของเช้าวันที่ 2ส.ค.2559 ก็นำรถไปจอดและนอนหลับพักผ่อนเป็นปกติ
จากนั้นพอถึง เวลา08.00น. ก็มีโทรศัพท์จากสำนักงานของบริษัทฯ แจ้งมามีผู้แจ้งความว่า ตนไปทำร้ายร่างกายตามที่เป็นข่าวออกไป ตนและภรรยา รวมถึงพนักงานประจำรถต่างงงไปตามๆกันว่าทำไมเป็นเช่นนี้ ที่รถก็มีกล้อง จีพีเอส.ก็ไม่มีอะไรผิดปกติและถามว่า ผู้แจ้งความบาดเจ็บอย่างนั้นทำไมไม่รีบแจ้งความแล้วเข้าโรงพยาบาล กลับกันกลับไปขับรถตามรถทัวร์คันนั้นยาวนาน ระยะทางไกลอย่างนั้นมันผิดปกติมันขัดแย้งกับความเป็นจริงความเหมาะสมของคนปกติที่ได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ ที่สำคัญตนกับเขาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อนเลย ทำไมมาแจ้งความจับตนทำได้อย่างไร
ขณะนี้ตนรอเขามาพบและคุยกันจะว่า มีพยาน หลักฐานอะไรไหม ว่าตนทำร้ายร่างกายและไปออกข่าวทางสื่อมวลชนและตนขับรถให้กับบริษัทฯมาแล้ว8ปี ไม่เคยประสบเหตุและทำร้ายอะไรกับใครแม้แต่น้อยเป็นปกติเช่นทุกเที่ยวที่เดินทางตนต้องรักษาความปลอดภัยรักษาชีวิตของผู้โดยสาร ตนรับว่าเป็นคนขับรถคันที่เขาแจ้งความไว้จริง แต่ไม่ได้เกิดเหตุตามที่เขาแจ้งแต่อย่างใด น่าจะเป็นรถของบริษัทอื่นเพราะทุกคันของบริษัทถามแล้วไม่มีคันไหนเกิดเหตุและเห็นว่าเป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายแก่ตนและทางบริษัทฯ เสียชื่อเสียงเสียความเชื่อมั่นและตนต้องหยุดงาน ต้องจอดรถขาดรายได้มาสร้างความเดือดร้อนแก่ตนและครอบครัวพนักงานและบริษัทฯจึงต้องเสียเวลาทำมาหากินและยังเสียชื่อเสียงอีกด้วยเรื่องนี้ ตนไม่ยอมแน่ต้องฟ้องกลับเรียกค่าเสียหายแน่นอน
ล่าสุดเมื่อบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำ ส.ต.วีระชัย ตันวิเศษ คนขับรถแท๊กซี่ เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุกม.45 ถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา ซึ่งกล้องบันทึกภาพถ่ายมีรถ 2 คัน วิ่งมา สต.วีระชัย กล่าวว่าหลังเกิดเหตุได้ไปขอความช่วยเหลือกับตำรวจทางหลวง แต่ตำรวจทางหลวงยืนยันว่า ช่วงนั้นไม่มีการตั้งด่านแต่อย่างใด จากนั้นได้เดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2 ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารให้นำรถของบริษัท ภูกระดึงทัวร์ คันเกิดเหตุ พร้อมพนักงานขับรถ 3 คน โดยรถทั้ง 3 คัน ประกอบด้วย หมายเลข29-14,29-26และ29-23
โดยคันหลังนี้มีร่องรอยที่คันชนมุมขวา ซึ่งพนักงานขับรถคันนี้กล่าวว่า ที่มีร่องรอยบุบ นั้นเกิดจากชนกับรถของบริษัทเดียวกันภายในอู่ฯเมื่อวันที่ 12 เดือนพ.ย.2558
จากนั้นส.ต.วีระชัย ผู้เสียหายทำการตรวจสอบ ชี้ตัวและชี้รถว่าคันไหนที่ทำร้าย ผลจากการดูรถและพนักงานขับรถ ส.ต.วีระชัย ไม่ชี้ชัดว่าเป็นใครและคันไหน โดยบอกว่าโดนหลอกรูปลักษณ์คล้ายกันมากแต่ไม่ถูก ไม่ใช่ทั้ง3คันคล้ายๆกันมาก เพียงแต่ชื่อเขียนไม่ใช่แบบนี้ ส่วนตัวพนักงานขับรถตนไม่ได้ใส่ร้าย แต่จำไม่ได้ ชี้ชัดไม่ได้ ไม่ยืนยันเจ้าหน้าที่ฯต้องสอบสวนต่อไป




