วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทลาย 'แก๊งเงินกู้นอกระบบ' รายใหญ่ หมุนเวียนเดือนละ20ล้าน

"นครบาล" ทลาย "แก๊งเงินกู้นอกระบบ" รายใหญ่ เงินหมุนเวียนเดือนละ20ล้าน แบ่งสายเก็บเงินกู้21สาย ซัดทอดนายทุนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เมืองนนท์

เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สุรพล ก้อมน้อย รอง ผกก.สส.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สมคิด ประเชิญสุข สว.สส.สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกก.สส.บก.น.3 เจ้าหน้าที่ทหาร ร.2 พัน 2 รอ. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแก๊งเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ในพื้นที่ ได้ผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย ประกอบด้วย 1.นายไพรโรจน์ นพรัตน์ อายุ 44 ปี หรือฉายา โรจน์เงินกู้ 2.นายวโร เกษสุวรรณ อายุ 32 ปี 3.นายสุวิชา แก้วกันภัย อายุ 29 ปี 4.คำรณ สวนโสม อายุ 30 ปี 5.พิเชษฐ์ ชมพัฒน์ อายุ 29 ปี 6.นายติณณ์ ลพเมฆ อายุ 22 ปี และ7.นายนิพนธ์ พูลผล อายุ 21 ปี

จากการตรวจค้นพบของกลาง เงินสดจำนวน 580,000 บาท รถจักรยานยนต์จำนวน 17 คัน ใบสัญญาเงินกู้จำนวน 70 ฉบับ สำเนาบัตรประชาชนผู้กู้ 116 ใบ แฟ้มบัญชีลูกค้า 8 เล่ม สมุดจ่ายเงินเดือนพนักงาน 1 เล่ม เอกสารการเบิกจ่ายเงินของพนักงานแต่ละสายอีกจำนวนหนึ่ง โดยสามารถจับกุมได้บ้านพักไม่มีเลขที่ ซ.นิมิตรใหม่ 22 ถนนนิมิตรใหม่ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้กวาดล้างผู้มีอิทธิพล จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดนครบาลร่วมกับสืบสวนติดตามแก๊งเงินกู้ทวงหนี้นอกระบบรายใหญ่ โดยนายทุนกลุ่มนี้จะหากินกับคนรากหญ้า พ่อค้า แม่ค้า หรือชาวบ้านโดยทั่วไป วิธีการจะไปปล่อยเงินกู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 20 ต่อเดือน ซึ่งเกินกว่ากฎหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 15 ต่อปี มีเงินหมุนเวียนต่อเดือนประมาณ 20 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสายร่วมกันเก็บเงินกู้รวม 21 สาย ประกอบด้วย ลาดพร้าว,มีนบุรี ,ศรีนครินทร์,สุขุมวิท,นิมิตรใหม่,เทพารักษ์,พหลโยธิน,บางบัวทอง, เอกชัย, คลองเตย, เสือใหญ่ 1, เสือใหญ่2 , โก๋,โชคชัย,รามอินทรา,คลองเตย 2 ,ลาดกระบัง,สายไหม และนครทอง มีพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า กลุ่มดังกล่าวจะมีการบังคับลูกหนี้ให้ใช้หนี้ เพื่อนำไปปล่อยต่ออีกด้วย และวันนี้ก็สามารถยึดของกลางได้หลายรายการตามที่ปรากฏ รวมทั้งรถจยย.ที่ใช้ในการไปทวงหนี้จำนวน 17 คัน โดยจะต้องดำเนินคดีและขยายผลให้ถึงที่สุด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีนายทุนอยู่เบื้องหลังอีก ไม่ใช่มีแค่นี้ อย่างไรก็ตามอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้กำลังทำมาหากินบนหลังคนเหล่านี้ ซึ่งท่านนายกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยจะพยายามสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมทุกแก็งให้หมดไป

เบื้องต้นจึงเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 7 รายว่า “ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาต” นำส่งพนักงานสอบสวนสน.มีนบุรี ดำเนินคดี พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ปปง. เข้ามาตรวจสอบ เพื่อยึดทรัพย์สินจากการกระทำความผิดต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแก็งเงินกู้นอกระบบที่ทำการจับกุมได้นั้น ผู้ต้องหาให้การซัดว่า เงินทุนดังกล่าวมีนายทุน เป็นนักการเมืองท้องถิ่นระดับสจ.เล็ก คนหนึ่ง และถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลและกว้างขวางในพื้นที่จ.นนทบุรี โดยมีเงินทุนหมุนเวียนมากกว่า 250 ล้านบาทต่อปี