ยูเซน โบลท์ ลมกรดหนุ่มชาวจาเมกา สนับสนุน
การตัดสินใจของศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา หรือ ซีเอเอส กรณีปัดคำอุทธรณ์โทษแบนห้ามแข่งขันกรีฑาระดับนานาชาติของสหพันธ์กรีฑารัสเซีย ชี้เป็นการส่งสารสำคัญถึงผู้คนในวงการกีฬาว่าถึงเวลาปฏิรูปแล้ว
สหพันธ์กรีฑารัสเซีย และนักกรีฑาทั้ง 68 รายที่มีสิทธิ์เข้าร่วมใน โอลิมปิก 2016 ได้ทำการยื่นอุทธรณ์ต่อ ซีเอเอส กรณีถูกสหพันธ์กรีฑานานาชาติ (ไอเอเอเอฟ) สั่งห้ามเข้าร่วมแข่งขันระดับนานาชาติทุกรายการชั่วคราว กรณีใช้สารกระตุ้นอย่างเป็นกระบวนการ ก่อนที่ ซีเอเอส จะประกาศคำตัดสิน เมื่อ 21 ก.ค. ยืนกรานโทษเดิมต่อไป ส่งผลให้ใน ริโอเกมส์ จะไม่มีทีมกรีฑารัสเซียเข้าร่วมแน่นอนแล้ว
ด้าน โบลท์ ซึ่งเตรียมป้องกันตำแหน่งของตน ในระยะ 100, 200 และ 4x100 เมตร ในโอลิมปิกเกมส์ ก็แสดงความเห็นสนับสนุนท่าทีของ ซีเอเอส และเชื่อว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญสำหรับนักกีฬาหรือสมาคมกีฬาใดๆก็ตาม ที่สนับสนุนให้นักกีฬาใช้สารกระตุ้นเพื่อความเป็นเลิศในการแข่งขัน
“กรณีนี้จะทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกกลัว เพราะมันเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่าวงการกีฬากำลังเอาจริงกับเรื่องนี้ ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าคุณมีหลักฐานและจับใครได้ คุณก็ควรจะเอาผิดกับเขา ถ้าการแบนทีมกีฬาทั้งทีมเป็นเรื่องที่สมควรทำ ผมก็เห็นด้วยกับคำตัดสิน” โบลท์ กล่าว “กฎก็คือกฎ ตอนนี้การฝ่าฝืนกฎการใช้สารกระตุ้นในวงการกรีฑามันหนักข้อมาก”
อย่างไรก็ตาม โบลท์ ก็ปฏิเสธจะให้ความเห็นว่าคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี ควรแบนทัพนักกีฬารัสเซียทั้งหมดหรือไม่ ก่อนที่คณะกรรมาธิการของ ไอโอซี จะมีกำหนดหารือกันในการประชุมด่วน พรุ่งนี้ (24 ก.ค.)
“ผมจะไม่แสดงความเห็นในเรื่องนี้ มันเป็นหน้าที่ของคนใหญ่คนโตในวงการในการตัดสินใจ ผมจะโฟกัสกับงานของผมเอง นั่นคือการป้องกันแชมป์”
ด้าน มาริยา คูชินา แชมป์โลกกระโดดสูงชาวรัสเซีย หนึ่งใน 68 นักกรีฑาที่ยื่นอุทธรณ์ต่อ ซีเอเอส ก็แสดงความผิดหวังกับผลการตัดสิน ซึ่งส่งผลให้เธอไม่ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันใน ริโอ เกมส์
“คำตัดสินของ ซีเอเอส ไม่แฟร์เลย เพราะการได้เข้าร่วมใน โอลิมปิก เป็นความฝันของนักกีฬาทุกคน และคนที่ไม่ได้ใช้สารกระตุ้นก็หมดสิทธิ์ไปด้วย”
นอกจาก คูชินา แล้ว นักกรีฑารัสเซียอีกหลายคนก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของ ซีเอเอส เช่นเดียวกับ วิตาลี มุตโก รัฐมนตรีกีฬาของประเทศ ที่ลงความเห็นว่าเรื่องนี้มีการเมืองแอบแฝงอยู่
“ผมคิดว่าคำตัดสินนี้มีอคติเจือปนอยู่ มันเป็นเรื่องทางการเมือง และไม่มีส่วนไหนที่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย นอกจากจะไม่เป็นธรรมแล้ว มันยังทำลายวงการกีฬาอีกด้วย”
ด้าน เกล็บ ซิดอร์เชนโก นักกีฬาขว้างจักร ก็เสริมว่าการไม่ได้เข้าร่วมในโอลิมปิกครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อเงินสนับสนุนของนักกีฬาอีกด้วย พร้อมให้ความเห็นว่าอาจส่งผลในวงกว้างต่อพัฒนาการของวงการกีฬารัสเซียเลยทีเดียว
“ความสำเร็จกับเงินรางวัลมีส่วนเกี่ยวพันกันอยู่ มันจะส่งผลเสียหายต่อพัฒนาการของกีฬา นักกีฬาทั้งเจเนเรชันอาจกลายเป็นคนตกงานก็ได้”





