วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประเดิมแล้ว! 'ม.44' เอาผิดพ่อแม่ เหตุเด็กอาชีวะวิวาท

"ตร.-สอศ." ใช้ไม้แข็ง "ม.44" เอาผิดพ่อแม่ เด็กก่อเหตุย่านบึงกุ่ม สั่งจำคุก-ปรับ แต่สารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คุก3เดือนปรับ3หมื่น รอลงอาญา2ปี

ดร.ชาญเวช บุญประเดิม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่8ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคดีพยายามฆ่าโดยคู่กรณีเป็น นักศึกษาอาชีวศึกษา2สถาบัน ใช้อาวุธปืนยิงบริเวณปากซอยเสรีไทย41ในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถนำไปสู่การสืบสวนติดตามจับกุมตัวนักศึกษาผู้ก่อเหตุได้2คน ทั้งผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้ใช้อาวุธปืนยิง ซึ่งยังเป็นเยาวชนจึงได้มีการประสานสหวิชาชีพร่วมสอบสวน และส่งตัวเข้าสู่สถานพินิจ

นอกจากนี้ ในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 30/2559 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา ได้กำหนดให้ต้องแจ้งให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองเข้ามารับทราบการกระทําของเด็กและเยาวชนรวมทั้งร้องทุกข์ กล่าวโทษ หรือปรับ ดังนั้น เมื่อวันที่13ก.ค.59 สน.บึงกุ่ม ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ปกครองเด็กผู้ก่อเหตุทั้ง2คน ในความผิดฐาน “กระทำการบังคับ ขู่เข็ญ ยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุน ให้นักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ ตาม ม.64แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546อันเป็นเหตุให้นักเรียนหรือนักศึกษาไปก่อการทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายผู้อื่น” ซึ่งผู้ปกครองได้เข้ามอบตัว รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และเมื่อวันที่15ก.ค.59ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ได้มีคำพิพากษาจำคุกผู้ปกครองเด็กผู้ก่อเหตุทั้ง2คน คนละ6เดือน ปรับคนละ60,000บาท ผู้ต้องหารับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งจึงให้จำคุกคนละ3เดือน ปรับ30,000บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา มีกำหนด2ปี ตามคดีหมายเลขดำที่30/2559คดหมายเลขแดงที่30/2559ลง15ก.ค.59

“คดีนี้ ถือเป็นคดีแรกที่ดำเนินการตามคำสั่ง คสช.ภายใต้การอำนวยการสั่งการ การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และคำแนะนำด้านเทคนิคการสืบสวนและสอบสวนทางคดี ของ ท่าน ผบก.น.4และ นครบาล4-4จนนำไปสู่การใช้ดุลยพินิจของศาล ตัดสินพิพากษาลงโทษผู้ปกครองเด็กผู้ก่อเหตุ ในอัตราโทษที่ค่อนข้างสูง ซึ่งจะกลายเป็นบรรทัดฐานของคดีลักษณะนี้ในพื้นที่อื่นต่อไป” รองเลขาธิการ กอศ. กล่าว

นายชาญเวช กล่าวด้วยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะได้นำเรื่องนี้แจ้งไปยังสถานศึกษาในสังกัดทั้งรัฐและเอกชน เพื่อย้ำเตือนและนำไปเป็นกรณีศึกษา และกรณีตัวอย่าง เพื่อให้เพิ่มความระมัดระวังในเหตุการณ์รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น และขอให้ปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่30/2559อย่างเคร่งครัด