“อธิบดีดีเอสไอ” เร่งสอบสวนคดี “สมเด็จฯช่วง” ครอบครองเบนซ์โบราณ เกิดความล่าช้า ต้องรอข้อมูลจากประเทศต้นทาง
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนกรณีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชมีชื่อครอบครองรถเบนซ์โบราณคลาสสิค ทะเบียนขม 99 กรุงเทพฯว่า พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาคในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนมีการประชุมเร่งรัดคดีตลอด ขณะนี้ ได้ประสานความร่วมมือ เพื่อขอข้อมูลและเอกสารกับประเทศต้นทาง แต่ความร่วมมือระหว่างประเทศในคดีอาญาต้องใช้เวลานาน
ที่ผ่านมาพยายามเร่งรัดอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในส่วนของวัด ก็ไม่มีการส่งข้อมูลหลักฐานใดๆ เข้าชี้แจงกับดีเอสไอ พร้อมยกตัวอย่างการขอข้อมูลในเรื่องดังกล่าวกับต่างประเทศกรณีไฟไหม้รถหรูที่กลางดง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีการประสานขอข้อมูลไปยังประเทศต้นทางนานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลตอบกลับยืนยันว่า การตรวจสอบข้อมูลในกรณีการนำเข้ารถของดีเอสไอได้ดำเนินการกับรถทุกคัน ไม่ได้ดำเนินการเพียงคันเดียว อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ ดีเอสไอพยายามจะหาพยานหลักฐานแวดล้อมอื่น เพื่อยืนยันที่มาของรถคันดังกล่าว และนำเข้าประกอบในสำนวนด้วย





