วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สวิสเฮเข้ารอบยูโรครั้งแรก ตราไก่แฮปปี้คว้าแชมป์กลุ่ม

ดิดิเยร์ เดสชองส์ กุนซือ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ชี้ผลเสมอ

 สวิตเซอร์แลนด์ 0-0 ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะทีมเข้าป้ายแชมป์กลุ่ม ด้าน วลาดิเมียร์ เพทโควิช กุนซือ“นาฬิกา” ปลื้มเข้าถึงรอบน็อคเอาท์เป็นครั้งแรก ส่วน แอลเบเนีย ยังมีลุ้นเข้ารอบ หลังคว้าชัย 1-0 ส่ง โรมาเนีย ตกรอบแรก

ศึกฟุตบอลยูโร 2016 รอบแรก นัดสุดท้าย กลุ่ม เอ ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อคืนวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่สตาด ปิแอร์ โมรัว เมืองลีลล์ “ตราไก่” ฝรั่งเศส เจ้าภาพที่มี 6 แต้ม และเข้ารอบไปแล้ว ลงสนามพบ “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ที่มี 4 แต้ม เกมนี้เจ้าถิ่นมีการพักผู้เล่นตัวหลักบางตำแหน่ง และมีโอกาสลุ้นยิงประตูหลายครั้ง แต่ส่งลูกบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายไม่ได้ จบเกมเสมอกันไป 0-0 ทำให้ ฝรั่งเศส มีเพิ่ม 7 แต้มได้แชมป์กลุ่ม ส่วน สวิตเซอร์แลนด์ เป็นอันดับ 2 มี 5 แต้มหลังลงแข่งครบ 3 นัด ได้ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

หลังจบเกม ดิดิเยร์ เดสชองส์ โค้ชทีมชาติฝรั่งเศส พอใจกับผลเสมอ และไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย เพราะช่วยให้ได้แชมป์กลุ่ม แต่ย้ำว่าทีมจะต้องทำผลงานในรอบน็อคเอาท์ให้ได้ดีกว่านี้ พร้อมชม ปอล ปอกบา ที่กลับมาเล่นได้ยอดเยี่ยมอีกครั้ง หลังโดนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นอย่างต่อเนื่อง

“ผลการแข่งขันเป็นใจให้เรา มันไม่ใช่เรื่องที่เสียหายอะไรเลย เพราะทำให้เราเป็นแชมป์กลุ่ม ซึ่งเรามีโอกาสได้ประตูถึง 4 ครั้ง ส่วน สวิตเซอร์แลนด์ เล่นได้ดีกว่าตอนครองบอล แต่กดดันเราได้ไม่มากนัก แนวรับของเรายังแข็งแกร่ง แต่เราจะต้องทำผลงานในรอบต่อไปให้ดีกว่านี้ ผมยังมั่นใจในตัวของ ปอกบา เพราะเขาทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เขายังเป็นนักเตะคนสำคัญของเราเสมอ” เดสชองส์ กล่าว

ด้าน วลาดิเมียร์ เพทโควิช กุนซือทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ภูมิใจผลงานของนักเตะที่ช่วยกันพาทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ แต่ยอมรับว่ายังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขอีกหลายจุด และพร้อมจะลงมือปรับปรุงทีมเพื่อรับมือกับการลงเล่นในรอบต่อไป

“มันยอดเยี่ยมที่เราได้ผ่านเข้ารอบ แต่มันเป็นเพียงก้าวแรกเพื่อเดินไปข้างหน้า นี่คือเป้าหมายแรกที่เราทำได้แล้ว แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง ถ้าแก้ไขได้ทั้งหมด เราจะทำผลงานในรอบต่อไปได้ดีกว่านี้แน่ ตอนนี้ผมดีใจที่เราได้ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เป็นครั้งแรก และเราก็พร้อมจะทำผลงานในรอบต่อไปให้ดีที่สุด” เพทโควิช กล่าว

ส่วนอีกคู่ ที่สตาด เดอ ลียง เมืองลียง “ผีดิบ” โรมาเนีย ที่มี 1 แต้ม พบ “อินทรีดำ” แอลเบเนีย ที่ยังไม่มีแต้ม แต่ทั้งสองทีมยังมีลุ้นเข้ารอบ หากเก็บชัยชนะได้จากเกมนี้ และเป็น แอลเบเนีย ที่เฉือนชนะ 1-0 จากประตูของ อาร์มันโด ซาดิคู นาที 35 และเป็นลูกแรกของ แอลเบเนีย ที่ยิงได้ในเกมรอบสุดท้ายด้วย ทำให้ แอลเบเนีย คว้าชัยชนะจากการลงเล่นรอบสุดท้ายได้เป็นนัดแรกในประวัติศาสตร์ พร้อมจบรอบแรกด้วยอันดับ 3 ของกลุ่ม มี 3 แต้ม และได้ลุ้นเข้ารอบเป็นทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดจากทั้งหมด 6 กลุ่มที่จะเอาไปเล่นรอบต่อไปทั้งหมด 4 ทีม ส่วน โรมาเนีย ตกรอบแรกจากการเป็นทีมบ๊วยมีแต้มเดียว