"สุขุมพันธุ์" นำคณะ "อนุพงษ์" ตรวจแผนจัดการขยะ ผันใช้ผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าลดปริมาณขยะใน5ปี
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมคณะผู้บริหารกทม. ให้การต้อนรับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะในการศึกษาดูงานด้านบริหารจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร ที่สถานีขนถ่ายมูลฝอยย่อยเขตจตุจักร และโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า เพื่อสิ่งแวดล้อมเขตหนองแขม
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร รวมทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมส่งผลให้อัตราการบริโภคเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวสิ่งเหลือใช้จากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการบริโภคเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาขยะมูลฝอยตามมา ซึ่งปัจจุบันปริมาณขยะในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 26.77ล้านตันต่อปี หรือประมาณ73,355 ตันต่อวัน ทำให้ทุกจังหวัดมีปัญหาเรื่องการจัดการขยะมูลฝอยจากปัญหาดังกล่าว รัฐบาลจึงผลักดันให้การจัดการขยะมูลฝอยเป็นวาระแห่งชาติ ส่วนในกรุงเทพฯ มีปริมาณขยะสูงถึง 9,921 ตันต่อวัน
ในอนาคตมีแนวโน้มว่าปริมาณยังคงเพิ่มขึ้นกทม. จึงมุ่งเน้นการดำเนินการตามแผนที่นำทางการจัดการขยะมูลฝอยของรัฐบาลด้วยการส่งเสริมการลดปริมาณขยะที่แหล่งกำเนิดการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บขนขยะในพื้นที่การบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยส่วนหนึ่งของการดำเนินการได้แก่ การดำเนินโครงการสถานีขนถ่ายมูลฝอยย่อยเขตจตุจักรและโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการบริหารจัดการกับขยะมูลฝอยในแต่ละวันนั้น ต้องใช้รถเก็บขนมูลฝอยวิ่งขนถ่ายจากแต่ละพื้นที่ไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยแต่ละแห่งได้แก่ หนองแขม อ่อนนุช และสายไหม ประกอบกับปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ทำให้การเก็บขนไม่สามารถตอบสนองการบริหารจัดการขยะได้อย่างสมบูรณ์ดังนั้นกทม. จึงดำเนินโครงการนำร่องก่อสร้างสถานีขนถ่ายมูลฝอยย่อยเขตจตุจักรครอบคลุมพื้นที่บริการ3เขตได้แก่เขตจตุจักรเขตบางซื่อและเขตดินแดงโดยให้รถเก็บขนมูลฝอยส่งขยะมาถ่ายเทไว้ในจุดสถานีย่อย ซึ่งมีตู้คอนเทรนเนอร์ขนาดใหญ่จำนวน20 ตู้ แต่ละตู้สามารถบรรจุขยะมูลฝอยได้ถึง16-20ตัน โดยใช้รถบรรทุกจำนวน9คันทยอยขนส่งไปยังโรงงานกำจัดขยะมูลฝอยซึ่งสถานีย่อยสามารถขนถ่ายขยะได้ถึง700ตันต่อวัน และจะดำเนินการจัดตั้งสถานีย่อยในสี่มุมเมือง และในพื้นที่สำคัญต่อไปทั้งนี้โครงการก่อสร้างสถานีขนถ่ายมูลฝอยย่อยดังกล่าวจะช่วยแก้ไขปัญหาขยะตกค้างและประหยัดงบประมาณในการกำจัดได้ในระยะยาว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กทม.ยังได้ดำเนินโครงการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมเป็นโรงงานแปรรูปมูลฝอย เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งแรกของกทม.ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถเผามูลฝอยได้ไม่น้อยกว่า 300-500 ตันต่อวัน และผลิตกระแสไฟฟ้าขั้นต่ำได้ไม่น้อยกว่า 5 เมกะวัตต์ มีระบบควบคุมการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งมลพิษทางอากาศน้ำเสียและขี้เถ้า ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานทั้งในระดับประเทศและระดับสากลโดยโรงงานมีการรายงานผลการตรวจวัดมลพิษทางอากาศและออนไลน์ไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมแบบทันที เพื่อการตรวจสอบและควบคุม จึงทำให้โรงงานมีความเหมาะสมกับการบริหารจัดการมูลฝอยในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังได้รับประโยชน์จากการแปรรูปมูลฝอยหมุนเวียนเป็นทรัพยากรคืนกลับมาในรูปของพลังงานไฟฟ้าและช่วยลดปริมาณมูลฝอยที่จะต้องนำไปฝังกลบอีกด้วย
"เพื่อเป็นการลดขยะในระบบ กทม.ได้จัดทำร่างแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยของกทม.ปี พ.ศ.2558-2562 โดยร่างแผนดังกล่าวตั้งเป้าว่าจะลดปริมาณขยะในกรุงเทพฯ ให้ได้ร้อยละ 7 ภายในระยะเวลา5ปี โดยจะเน้นให้ประชาชนคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือนซึ่งหากประชาชนช่วยกันคัดแยกจะทำให้การกำจัดขยะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทำให้ปริมาณขยะลดลง เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี และความยั่งยืนต่อไปในอนาคต” ผู้ว่าฯกทม. กล่าว





