วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นำตัว4โจ๋รุมฟันแทง 'พลทหาร'ดับ ทำแผน อ้างถูกทำร้ายก่อน

รวบ 4 โจ๋รุมฟันแทง "พลทหาร" ดับ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อ้างแค้นเคยถูกทำร้ายก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคนร้าย 8 คนเป็นเยาวชน 2 คน แต่งกายคล้ายนักเรียนอาชีวะ ใช้อาวุธมีดแทง พลทหารศรายุทธ อายุ 21 ปี เสียชีวิตบริเวณสามแยกไปรษณีย์ ปากซอยสุวินทวงศ์ 14 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กทม. เหตุเกิดวันที่14 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า ล่าสุดเวลา 14.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี และเจ้าหน้าที่สืบสวนนครบาล 3  ตำรวจสืบสวน สน.มีนบุรี  ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทั้ง 4 รายคือ นายหนึ่ง อายุ 20 ปี(คนขับขี่รถจักรยานยนต์) นายอาร์ท อายุ 18 ปี(คนซ้อนท้ายใช้อาวุธมีดแทงผู้ตาย) นายทีม อายุ 19 ปี(คนขี่รถจักรยานยนต์อีกคันและใช้อาวุธขวานทำร้ายผู้ตาย)และนายเบ็นซ์ อายุ 19 ปี(คนซ้อนท้าย) ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ภายหลังจับกุมตัวได้ทั้งหมด

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวว่า จุดแรกที่ทำแผนบริเวณแยกไฟแดงสุวินทวงศ์ เป็นช่วงเวลาที่่ พลทหารศรายุทธ ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาโดยมี น.ส.สุนิตรา วิไลรักษ์ อายุ 19 ปีน้องสาว  ซ้อนท้ายจอดติดไฟแดง มีรถจักรยานยนต์ 3 คันขี่ประกบโดยนายภูวรินทร์ ได้สอบถามผู้ตายว่า เรียนไหน เมื่อผู้ตายตอบว่า ไม่ได้เรียนพร้อมถอดหมวกออกและหยิบหยิบบัตรทหารมาแสดงให้ดู จากนั้นนายภูวรินทร์ได้ได้ถอยรถจักรยานยนต์ไปเล็กน้อยและหันไปบอกเพื่อนที่ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังว่า “เด็กเทคโนว่ะ” จากนั้นทั้งหมดได้ขี่รถจักยานยนต์มาถึงบริเวณโรงแก้วที่เกิดเหตุ

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวต่อว่า จุดที่ 2 ทำแผนบริเวณโรงแก้ว กลุ่มรถจักรยานยนต์คนร้ายได้ขี่ปาดหน้าจนรถของ พลทหารศรายุทธ เสียหลักล้มลง ขณะที่ น.ส.สุนิตรา เห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหลบหนีไป จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ลงมือก่อเหตุโดยนายทวิพัฒน์ ใช้อาวุธมีดแทง พลทหารศรายุทธ จนล้มลง แต่พลทหารศรายุทธลุกขึ้นมา พยายามจะวิ่งหนีแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะถูกนายสหรัฐ ใช้อาวุธขวานทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยมีสาเหตุทะเลาะวิวาทเรื่องส่วนตัวมาก่อน ถึงแม้ พลทหารศรายุทธ จะไปเป็นทหารแล้วก็ตาม แต่คนร้ายจำได้ว่า เคยมีปัญหากัน ซึ่งในวันเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายบังเอิญเจอ พลทหารศรายุทธ ขณะขับขี่จักรยานยนต์มากับน้องสาว บริเวณไฟแดง 3 แยกไปรษณีย์ ได้ขับรถเข้าไปพูดคุยปกติ แต่เมื่อมั่นใจแล้วว่าผู้ตายคือ คู่อริที่เคยใช้อาวุธปืนไล่ยิงเมื่อ 2 วันก่อนจึงหันมาบอกเพื่อนๆว่า ถูกคนแล้ว จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 คนรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกกลุ่มผู้ตายทำร้ายมาก่อน โดยคนร้ายมีทั้งหมด 8 คน ถูกจับแล้วก่อนหน้านี้ 3 คน ส่วนอีก 1 คนเป็นเยาวชน กำลังติดต่อขอเข้ามอบตัว โดยทั้งหมดเคยเรียนที่วิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งย่านหัวหมากและมีนบุรี  

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหานักเรียนก่อเหตุยกพวกตีกัน ยิงกันและทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตว่า ที่ผ่านมามีการประสานสถาบันการศึกษาในพื้นที่ีมาตลอด ไม่อยากให้นักศึกษาสถาบันต่างๆมีปัญหากัน และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อน ตำรวจวางมาตรการป้องกันเหตุตลอดเวลา โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ได้จัดโครงการที่สร้างรัก สร้างสามัคคีในสถานศึกษาคู่อริต่างๆ สร้างจิตสำนึกทำความเข้าใจกัน ลดความหวาดระแวง โดยบูรณาการร่วมทั้งกระทรวงการศึกษาและโรงเรียนอาชีวะ ถือเป็นเรื่องที่ดี ต้องทำต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ  ตำรวจให้กลุ่มผู้ต้องหาจุดธูปไหว้บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อขอขมาผู้ตาย โดยผู้ต้องหา 1 ใน 4 คน เป็นคนกล่าวนำว่า เราไม่ได้อยากจะทำ แต่นายทำเราก่อนจึงอยากจะให้นายอโหสิกรรมให้” จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคมตัวผู้ต้องหาไปยัง สน.มีนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป