นักเตะ ทีมชาติไทย นำถ้วยแชมป์คิงส์คัพ
ทูลเกล้าถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมลงนามถวายพระพร ก่อนแยกย้ายกลับต้นสังกัด “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ “ช้างศึก” เผยมีเวลา 2 เดือนเศษก่อนคัดฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย สั่งการต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายโดยด่วน ส่วน ขจร เจียรวนนท์ ยังไม่ชัวร์ว่าจะนั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมต่อหรือไม่
ภายหลังจากที่นักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 มาครองได้เป็นสมัยที่ 14 ล่าสุดเมื่อช่วงสายวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย ขจร เจียรวนนท์ ผู้จัดการทีมชาติไทย, “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน และนักเตะทั้ง 23 คน เดินทางไปศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายบังคมทูล ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมลงนามถวายพระพร ก่อนจะนำถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ ทูลเกล้าถวาย จากนั้นเดินทางไปสักการะพระแก้วมรกต สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของคนไทย
“ซิโก้” เปิดเผยว่า หลังจากนี้นักเตะทุกคนจะกลับไปรับใช้ต้นสังกัดในฟุตบอลลีกเหมือนเดิม ก่อนจะรวมตัวอีกครั้งในช่วงเดือน กันยายน ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย มีแข่ง 2 นัด คือ วันที่ 1 กันยายน เยือน ซาอุดิอาระเบีย และวันที่ 6 กันยายน เปิดบ้านพบ ญี่ปุ่น
“เราจะมารวมตัวอีกครั้งประมาณวันที่ 21 สิงหาคม เพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมก่อนเดินทางไปอุ่นเครื่องพบ กาตาร์ วันที่ 24 สิงหาคม และเตะฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2 นัด ซึ่งเท่ากับว่ามีเวลาถึง 2 เดือนเศษในการเตรียมความพร้อม โดยสิ่งที่ต้องแก้ไขคือเรื่องความแข็งแกร่งของร่างกายจะต้องดีกว่าเดิม 2 เท่า โดยเฉพาะผู้เล่นที่มีความไวสูง อาทิ ชนาธิป สรงกระสินธ์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ธีราทร บุญมาทัน, ทริสตอง โด, ธนา ชะนะบุตร ฯลฯ เพราะรอบ 12 ทีมสุดท้าย จะต้องเจอทีมที่แข็งแกร่งและมีการปะทะที่หนักกว่าเดิม”
ด้าน “เสี่ยขจร” ขจร เจียรวนนท์ กล่าวว่า ตนเองได้รับการแต่งตั้งจากสมาคมฯ ให้ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมชาติไทย เฉพาะศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 เท่านั้น เท่ากับว่าเวลานี้ภารกิจของตนเองได้เสร็จสิ้นแล้ว ส่วนอนาคตจะรับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดใหญ่ หรือไม่นั้น ยังไม่มีการพูดคุยกับสมาคมฯ ในเรื่องนี้แต่อย่างใด
ขณะที่ “เฮงซัง” วิทยา เลาหกุล อุปนายกฯ ฝ่ายเทคนิค เปิดเผยว่ามี 4 เรื่องที่ ทีมชาติไทย ยังต้องปรับปรุงก่อนถึงศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก คือ 1.เกมรับที่ลงไปตั้งรับลึกเกินไป 2.การเพรสซิ่งยังทำได้ไม่ดีพอ 3.บางจังหวะใช้บอลยาวมากเกินไป และ 4.กองหน้าตัวเป้าไม่อยู่ในพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้การเข้าทำไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
จากนั้นช่วงค่ำ ตัวแทนนักเตะได้เดินทางไปสโมสรตำรวจ ห้องบุณยะจินดา เพื่อร่วมงานครบรอบ 100 ปี สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ “เตะให้ไกลไปให้ถึงฝัน” ซึ่งจัดโดยสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยภายในงานมีการแสดงและเสนอเรื่องราวของสมาคมฯ พร้อมพิธีรับมอบเงินสมทบกองทุน “ฟุตบอลไทยไปบอลโลก” ด้วย





