กทม.คาดการณ์ 2 สัปดาห์หน้า กรุงเทพฯ เมฆมาก-เสี่ยงลมแรง สั่งเฝ้าระวัง 19 จุดอ่อนน้ำท่วม กำชับหน่วยงานพร้อมรับมือฝน 24 ชม.
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.)นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมซักซ้อมและกำชับแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯโดยมีนายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. นางบุศกร คงอุดม เลขานุการ ผู้ว่าฯกทม. นายกิตตินันท์ ขาวสุทธิ์ นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ รองปลัดกทม.พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักเทศกิจ สำนักการจราจรและขนส่ง ผู้แทนจาก6กลุ่มเขต ร่วมประชุม
นายอมร กล่าวภายหลังการประชุมว่า เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝน อีกทั้งในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการคาดการณ์เมฆฝนมากและบางพื้นที่อาจมีลมกระโชกแรง จึงได้กำชับการปฏิบัติเพื่อเตรียมการป้องกันและรับมือสถานการณ์ฝนและพายุลมแรง รวมถึงเตรียมการรับมือในพื้นที่จุดอ่อนบนถนนสายหลัก19จุด บริเวณซอยย่อยและหมู่บ้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ที่ผ่านมากทม.ได้ประชุมสำนักการระบายน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอดในการปฏิบัติงานป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง อาทิ การขุดลอกคูคลองคืบหน้าตามแผนงานแล้วร้อยละ 80 อีกทั้งการเก็บขยะและเปิดทางน้ำไหลซึ่งถือเป็นภารกิจประจำวันที่กทม.ดำเนินการ รวมถึงการตรวจสอบเครื่องสูบน้ำประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำไฟฟ้าส่องสว่างฉุกเฉินให้พร้อมใช้งาน100เปอร์เซ็นต์อีกทั้งเตรียมบุคลากรประจำจุดภายหลังรับทราบรายงานสภาพอากาศจากเรดาร์ การนำอุปกรณ์สูบน้ำแบบเคลื่อนที่ประจำซอยย่อย การส่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆ และการติดต่อสื่อสารระหว่างกันตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้การดูแลและช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันที
นายอมร กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ทางกองทัพภาคที่ 1 และหน่วยงานทหารประจำพื้นที่เขตยังได้สนับสนุนกำลังพลในการเข้ามาช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่มีฝนตก ขณะเดียวกันกทม.ได้ประสานกรมอาชีวะและโรงเรียนอาชีวะเพื่อร่วมช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง เมื่อเกิดฝนตกและน้ำท่วมขังอีกด้วย ทั้งนี้สำนักการโยธากทม. จะประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคในสัปดาห์หน้าอาทิการไฟฟ้าฯการประปาโทรศัพท์และสายสื่อสารต่างๆการทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้ามหานคร ประชุมแนวทางปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ก่อสร้างโครงการต่างๆในความรับผิดชอบซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากเพื่อป้องกันเศษวัสดุก่อสร้างปิดกั้นทางน้ำไหลหรืออุดตันท่อระบายน้ำและร่วมกันวางแผนและประสานงานขณะเกิดฝนตกจนมีเหตุน้ำท่วมขังเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน




