กทม. เคาะค่าภาษีอากร-มูลค่าเพิ่ม "รถดับเพลิง" คาดไม่ต่ำกว่า 2.17 พันล้าน เล็งขอเงินคลังสนับสนุน ด้าน "ศาลแพ่ง" นัดเจรจานัดสุดท้าย 26 พ.ค.นี้
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการขอยกเว้นอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มรถดับเพลิง มูลค่ารวม 6,687 ล้านบาท ภายหลังคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศตัดสินให้บริษัทสไตเออร์ฯจ่ายเงิน 20.49 ล้านยูโร หรือประมาณ 800 ล้านบาทให้กับกทม. โดยให้กทม.รับสินค้าทั้งหมดว่า ขณะนี้ได้คำนวณค่าใช้จ่ายดังกล่าวเบื้องต้นแล้ว โดยแบ่งเป็น 4 สถานที่ ได้แก่ 1.โกดังสินค้าของบริษัท เทพยนต์ แอโรโมทีฟ อินดัสตรีส์ ต.ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นสถานที่เก็บรักษารถดับเพลิงและรถกู้ภัย 176 คัน ที่ถูกส่งมาเป็นลอตแรกเมื่อปี 2549 จะต้องเสียค่าอากร 355 ล้านบาท เบี้ยปรับ 437 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 233 ล้านบาท และเงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม 431 ล้านบาท
2.ท่าเรือแหลมฉบัง แยกเป็นรถดับเพลิง 67 คัน รถดับเพลิงบรรทุกน้ำขนาด 1 หมื่นลิตร 72 คัน ซึ่งตามสัญญากทม.จะต้องเป็นผู้รับภาระ โดยมีบริษัท นามยงค์ เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแล จะต้องเสียค่าอากร 251 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 193 ล้านบาท ยังไม่รวมเบี้ยปรับ
3.คลังเก็บสินค้าของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นสถานที่เก็บอะไหล่และอุปกรณ์ต่าง ๆ 3 หีบห่อ จะต้องเสียค่าอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน 387,848 บาท ส่วนที่ 4.ท่าเรือกรุงเทพ คลองเตย เป็นสถานที่เก็บรักษาอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย เป็นชุดดับเพลิงออกปฏิบัติการ ชุดดับเพลิงเคมี เครื่องช่วยหายใจจำนวน 350 ชุด เครื่องอัดอากาศเครื่องช่วยหายใจจำนวน 5 ชุด และอะไหล่อุปกรณ์อื่นๆ จำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งยังไม่สามารถสรุปราคาได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างแปลเอกสารอุปกรณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ เมื่อรวมเฉพาะค่าอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม ยอดจะอยู่ประมาณ 2,175 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอด ณ วันที่ 30 เม.ย.2559 อย่างไรก็ตามคาดว่าเมื่อได้ข้อสรุปในค่าอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม จะมากกว่ายอดดังกล่าวแน่นอน
ขณะเดียวกันกทม.ได้ร่างหนังสือเสนอให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาแล้ว จากนั้นกระทรวงมหาดไทยจะเสนอหนังสือดังกล่าวให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาการขึ้นทะเบียนยุทธภัณฑ์ เพื่อที่จะยกเว้นอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ตามหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนยุทธภัณฑ์ของกระทรวงกลาโหม ระบุไว้ว่าจะต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนยุทธภัณฑ์ ก่อนที่จะมีการจัดซื้อ อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถขึ้นทะเบียนยุทธภัณฑ์ได้ กทม.เตรียมขอจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงการคลัง เพื่อดำเนินการจ่ายค่าอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไป ส่วนกรณีบริษัท นามยงค์ เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือยืนยันค่าเช่าที่จอดรถดับเพลิงที่ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นจำนวน 809 ล้านบาทนั้น ศาลแพ่งได้นัดไกล่เกลี่ยเจรจาค่าเช่า คาดว่าเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 26 พ.ค.นี้





