วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ซิโก้'ลั่นแชมป์'คิงส์คัพ' ซิวถ้วยทั้ง'โค้ช-นักเตะ'

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชช้างศึก

 ขอสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลูกหนังคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ทำสถิติเป็นแชมป์ทั้งนักเตะและเฮดโค้ช และเพื่อจัดอันดับโลกฟีฟ่า หรือฟีฟ่า แรงกิ้ง ลั่นใช้แผน 4-3-3 แต่ไม่การันตีชุดนี้เป็นตัวยืนชุดฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ยืนยันยังเปิดกว้างนักเตะทุกคน โดยเฉพาะนักเตะที่ยังไม่สมบูรณ์หลังได้รับบาดเจ็บ

“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย มีโปรแกรมลงสู้ศึกลูกหนังชิงถวยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดย “ทีมไทย” จะลงสนามพบซีเรีย วันที่ 3 มิถุนายน เวลา 20.00 น. อีกคู่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) พบ จอร์แดน เวลา 17.00 น. โดยผู้ชนะจะเข้าไปชิงชนะเลิศ ส่วนผู้แพ้ชิงอันดับ 3 ในวันที่ 5 มิถุนายน ต่อไป

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชช้างศึก เปิดเผยว่า หลังจากที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) รับรองการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ซึ่งจะมีผลต่อการจัดอันดับโลกฟีฟ่า หรือฟีฟ่า แรงกิ้ง ทำให้ทีมไทยต้องเล่นแบบสุดชีวิต และต้องพาทีมคว้าแชมป์มาครองให้ได้แม้จะเป็นเรื่องที่ยากก็ตาม ดังนั้นเกมแห่งศักดิ์ศรีครั้งนี้คงจะไม่มีการส่งผู้เล่น ลงไปทดสอบฝีเท้าเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลุยศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายเอเชียแน่ ที่สำคัญเหนืออื่นใดในปีนี้เป็นปีมหามงคล เนื่องในโอกาสเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี ด้วยก็ต้องทำให้สำเร็จ และมอบความสุขให้แฟนบอลทั้งประเทศ

“ศึกลูกหนังคิงส์คัพหนนี้มีความหมายกับผมมาก อยากจะสร้างประวัติศาสตร์เพราะในช่วงที่เป็นนักเตะและเฮดโค้ช ก็ประสบความสำเร็จมาเกือบหมดแล้ว ตั้งแต่แชมป์ซีเกมส์ แชมป์ลูกหนังอาเซียน ได้อันดับ 4 กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ส่วนฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ได้แชมป์เฉพาะตอนเป็นนักเตะเท่านั้น จึงหวังสร้างประวัติศาสตร์พาทีมช้างศึกคว้าแชมป์ในฐานะเฮดโค้ชให้ได้อีกด้วย”

ซิโก้ เผยอีกว่า นักเตะทั้ง 23 คนสำหรับการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ก็ยังไม่การันตีว่าทุกคนจะต้องติดทีมชาติไทยสู้ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายเอเชีย เพราะยังมีนักเตะอีกหลายคนที่ยังไม่สมบูรณ์หลังจากได้รับบาดเจ็บก็ยังเปิดกว้างและให้โอกาสทุกคนเพื่อต้องการผู้เล่นที่ดีที่สุดสำหรับฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ซึ่งทีมสามารถส่งรายชื่อขึ้นทะเบียนได้อย่างน้อย 30 คน

“การแข่งขันครั้งนี้มีความสำคัญมากๆ จึงไม่เปลี่ยนระบบการเล่นแน่นอน ยังคงใช้ระบบ 4-3-3 ที่นักเตะไทยถนัดมากที่สุด ส่วนคู่แข่งอย่างซีเรีย เท่าที่ศึกษาวิธีการเล่นจากเทปถือว่าน่ากลัวมาก ผู้เล่นแต่ละคนรูปร่างสูงใหญ่ มีความแข็งแกร่ง และเล่นบอลเร็ว แต่เราก็เตรียมแผนรับมือไว้แล้วพร้อมวางทีเด็ดเพื่อเก็บชัยชนะในนัดแรกให้ได้”