“กทม.” จับมือ สธ. พัฒนาระบบแพทย์ฉุกเฉิน จัดอบรมอาสา-ให้ความรู้ปชช. เล็งยกเลิกเบอร์ "1669-1646" ตั้งเป้าใช้หมายเลขเดียวทั่วประเทศ
นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานการประชุมการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในกรุงเทพมหานคร โดยมีนางประนอม คำเที่ยง รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายสุรินทร์ กู้เจริญประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ นายเพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผู้อำนวยการศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน(ศูนย์เอราวัณ) คณะผู้บริหาร สำนักการแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นางประนอม กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมได้หารือการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉิน โดยจะประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งรัฐและเอกชน กองทัพและมหาวิทยาลัย ในการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน
ขณะที่นางวันทนีย์ กล่าวว่า กทม.ได้นำเสนอระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินและอำนาจหน้าที่ และการแบ่งกลุ่มโซนการให้บริการประชาชน ทั้ง 9 กลุ่มโซน นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้หารือการพิจารณาหมายเลขโทรศัพท์ทางการแพทย์ฉุกเฉินในอนาคต ซึ่งจะเป็นเบอร์เดียวที่ใช้ได้ทั่วประเทศ เพราะปัจจุบันมีทั้งหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์กู้ชีพนเรนทร 1669 ศูนย์เอราวัณ 1646 และศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร 1555 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอออกกฎหมาย ขณะเดียวกัน ยังมีการหารือเรื่องระบบส่งต่อผู้ป่วย ซึ่งกทม.จะทำการประเมินอาการและให้การดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นจนกว่าจะส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ตลอดจนส่งข้อมูลต่างๆถึงกันและกัน เพื่อให้คณะผู้บริหารได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตามภายในปี 2559 จะมีการซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับตามนโยบายมหานครแห่งความปลอดภัยของผู้ว่าฯกทม.
ด้านนายเพชรพงษ์ กล่าวว่า สำหรับศูนย์เอราวัณ ได้ดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ดังนี้ 1.สร้างเครือข่ายเพิ่มเติมทั้งภาครัฐและเอกชน 2.ดำเนินการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึง เพื่อช่วยผู้ป่วยเจ็บป่วยฉุกเฉิน และเพิ่มจุดบริการ เพิ่มทีมปฏิบัติการนอกโรงพยาบาล 3.ฝึกอบรมอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์เพิ่มเติมเข้ามาในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน 4.อบรมให้ความรู้ประชาชนในชุมชนนักเรียนเพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ 5.จัดอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง 6.การพัฒนาระบบการตอบสนองต่อสาธารณะภัยทั้งการอบรมและจัดซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัยต่างๆ 7.การควบคุมกำกับมาตรฐานการปฎิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ โดยการตรวจรถปฎิบัติการสอบขึ้นทะเบียนพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ทุก 2 ปี และ8.พัฒนาระบบเทคโนโลยีสาระสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนนำส่งสถานพยาบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
“จากสถิติการออกปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินในภาพรวม ตั้งแต่ปี 2555 มีจำนวน 39,381 ครั้ง ปี 2556 มีจำนวน 43,354 ครั้ง ปี 2557 มีจำนวน 41,786 ครั้ง ปี 2558 มีจำนวน 52,366 ครั้งและปี 2559 มีจำนวน 30,361 ครั้ง คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะมีการออกปฏิบัติการถึง 60,000 ครั้งโดยการออกปฏิบัติการนั้นจะเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยส่วนใหญ่ รองลงมาเป็นอุบัติเหตุจราจรและเป็นอุบัติเหตุอื่นๆ โดยระยะเวลาที่ใช้ในการออกปฏิบัติการมากกว่า 15 นาที รองลงมา 8 นาทีและ ใช้ในการออกปฏิบัติการ 12-15 นาที”นายเพชรพงษ์ กล่าว





