"พล.ต.ท.ศานิตย์" สั่งตำรวจจราจร ดูแลทุกเส้นทางช่วงเปิดเทอมอย่างเต็มที่ พร้อมขอบคุณกองบังคับการจราจรที่เข้าจุดด้วยความรวดเร็ว
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงเรื่องการดูแลปัญหาการจราจรในวันเปิดเทอมการศึกษาในพื้นที่ กทม. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า วันนี้(16 พ.ค.)ได้มีการดูในภาพรวมดูกล้องซีซีทีวีที่ติดตั้งอยู่ทั่ว กทม. จุดสำคัญๆ โรงเรียนสำคัญๆ ย่านถนนสามเสน ถนนสาธร ซอยอโศก โดยยืนยันว่า การเคลื่อนตัวของรถเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง อาจจะช้าบ้าง เร็วบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับ ตนได้ลงไปกำชับแล้ว ปัญหาจราจรมีปัญหามากมายทั้งกายภาพ ทั้งเรื่องการขนส่งมวลชน ทั้งเรื่องระบบซึ่งมันต้องใช้เวลา แต่สิ่งที่ตำรวจจราจรในกทม.จะทำได้คือทุกคนต้องร่วมกันลงไปขับเคลื่อน มีรถติดที่ไหนต้องมีตำรวจมาช่วยกัน แล้วก็ต้องเข้าจุดให้เร็ว หากเข้าช้าจะทำให้สะสมต่อเนื่อง
“เมื่อเช้านี้ผมได้ติดตามการทำงานพบว่า ตำรวจเข้าจุดตั้งแต่ 6 โมงเช้า เมื่อทุกคนเข้าจุดเร็ว การแก้ไขปัญหาการระบายรถมันก็มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน สามารถที่จะระบายรถได้ในระดับหนึ่ง จะให้มันไม่ติดเลยก็เป็นไปไม่ได้หรอก แต่ผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเคลื่อนตัวของรถในภาพรวมก็อยู่ในขั้นที่ดีพอสมควร มีเพียงบางจุดอาจจะเกิดปัญหา เราก็ต้องไปแก้ สิ่งสำคัญที่สุดพี่น้องประชาชนต้องให้ความร่วมมือ ผู้ปกครองที่ขับรถส่วนตัวไปส่งลูกหลานเรียนหนังสือ เมื่อไปถึงโรงเรียนกว่าท่านจะจอดรถ กว่าจะไปเปิดท้ายรถเพื่อหยิบสัมภาระของลูก เสียเวลาไป 15-20 วินาที ทุกคันเสียไปอย่างนี้มันก็สะสมไป 1-2 นาที รถก็ติดยาว จึงต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ด้วยว่า ขอให้ท่านเตรียมให้พร้อมเมื่อถึงโรงเรียนเปิดประตูรถส่งลูกท่านแล้วไปเลย การเคลื่อนตัวของรถจะได้ไม่เกิดการสะสมต่อเนื่องยาวนาน และผู้ขับขี่ก็ขอความร่วมมือด้วยว่า อย่าไปฝ่าฝืนกฎจราจร
เมื่อถามว่าในช่วงเย็นวันนี้จะมีความกังวลเรื่องการจราจรหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ตนไม่กังวล ต้องฝากขอบคุณไปทางกองบังคับการจราจร เจ้าหน้าที่ทุกคนลงไปเข้าจุดด้วยความรวดเร็ว ลงไปขับเคลื่อนกันทุกระดับ ในส่วนตรงนี้เราก็ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นไปอีก ทั้งนี้ในส่วนของถนนที่ตนมีความเป็นห่วงในเรื่องปัญหาการจราจร ก็เช่น ถนนสาธร ถนนลาดพร้าว ถนนรามคำแหง ถนนพหลโยธิน หากพี่น้องผู้ใช้ถนนหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง





