พบโครงกระดูกมนุษย์ในรถยนต์ ก้นเหวลึก 50 เมตร คาดเสียชีวิตกว่า 1 ปี ไม่มีใครรู้-ญาติแจ้งหายตั้งแต่ มี.ค.58
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (12 พฤษภาคม 2559) เวลาประมาณ 15:15 น. พ.ต.ท.มานพ จิตต์จรูญพันธุ์ รอง ผกก.สส.สภ.แม่แจ่ม ได้รับแจ้งว่า ได้มีการพบซากรถยนต์ตกไหล่เขา บริเวณถนนสายแม่นาจร-ปางอุ๋ง ระหว่าง กม.75-76 บ้านแม่นาจร หมู่ที่ 16 ต.แม่นาจร. อ.แม่แจ่ม และพบโครงกระดูกมนุษย์ในซากรถยนต์คันดังกล่าว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี จึงได้เร่งรุดไปยังที่เกิดเหตุ
พ.ต.ท.มานพ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นหุบเหวลึกประมาณ 50 เมตร และอยู่ห่างจากถนนประมาณ 100 เมตร พบซากรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน. ผย.-5342 เชียงใหม่ ซึ่งมีรอยไหม้และมีคราบสนิมจับติด สภาพรถยนต์มีลักษณะตกกระแทกมาจากที่สูงมีร่องรอยของการถูกไฟไหม้และคาบสนิมจับติดโดยทั่ว คาดว่าน่าจะเกิดจากการแหกโค้งตกเหว เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวค่อนข้างคดโค้ง และเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่ภายในรถยนต์พบโครงกระดูกมนุษย์ไม่ทราบเพศ 1 ศพ ที่ดูจากสภาพที่เหลือเพียงโครงกระดูกแล้วคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี
ขณะที่ จากการตรวจสอบทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวพบผู้ถือกรรมสิทธิ์และครอบครอง ทราบชื่อคือ นายสุรเดช จุฬาลักษณ์นาถ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 8 ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งจากฐานข้อมูลพบว่า ได้มีญาติไปแจ้งบุคคลสูญหายว่าได้ออกจากที่พักในเขตพื้นที่ สภ.แม่ปิง เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2558 เพื่อเดินทางกลับบ้านที่อำเภอแม่แจ่ม แล้วหายตัวไป ซึ่งใกล้เคียงกับระยะเวลาการเสียชีวิตของศพดังกล่าว
เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่า โครงกระดูกดังกล่าวเป็นโครงกระดูกของ นายสุรเดช จุฬาลักษณ์นาถ ที่ขับรถยนต์คันดังกล่าว เพื่อเดินทางกลับบ้าน เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง เกิดเสียหลักตกลงไปในไหล่เขา ซึ่งมีความลึกประมาณ 50 เมตร แล้วถึงแก่ความตายโดยไม่มีผู้ใดทราบ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ห่างจากบ้านเรือนประชาชน และเป็นป่ารกชัฏ จึงไม่มีใครสังเกต จนกระทั่ง ทีมช่างเทคนิค(ของเอไอเอส)ได้มาเช็คสายโทรศัพท์ในบริเวณดังกล่าว โดยได้ปีนขึ้นเสาไฟฟ้า และสังเกตเห็นวัตถุขนาดใหญ่คล้ายรถยนต์อยู่ในหุบเหวข้างล่าง ก่อนจะได้แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบดังกล่าว
จากนั้นจึงได้บันทึกตรวจสถานที่เกิดเหตุร่วมกับแพทย์ตรวจชันสูตรพลิกศพและจัดเก็บโครงกระดูก ก่อนจะนำส่งนิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์ ยืนยันศพรวมทั้งพิสูจน์สาเหตุการตายที่แน่ชัด ซึ่งจะทราบแน่ชัดในเวลาอันใกล้ ก่อนที่จะได้ส่งให้กับทางญาติของผู้ตายเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป





